น้ำท่วมอีสานยังวิกฤต ทะลักเข้าเมืองอุบลฯ - นครพนม เร่งอพยพคนออกจากพื้นที่

น้ำท่วมอีสาน

          มวลน้ำจากเขื่อนลำปาว ทะลักเข้าเมืองอุบลฯ กระทบไปเกือบครึ่งพันคน อพยพแล้ว 115 ครัวเรือน พร้อมเร่งติดเครื่องผลักดันน้ำระบายลงแม่น้ำโขง

          นายสมชัย คล้ายทับทิม นายอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วม  ว่าขณะนี้มวลน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และเขื่อนราษีไศล จ.ศีรษะเกษ เริ่มเข้ามาในพื้นที่แล้ว ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบในเขตพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำ โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม รวมแล้วมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ กว่า 100 ครัวเรือน ประมาณ 400 คน ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าว ได้รับผลกระทบแล้วเกือบ 1 หมื่นไร่

น้ำท่วมอีสาน

          โดยทาง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ขอสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด โดยในวันนี้ (6 สิงหาคม) ทางกรมชลประทาน ได้เตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 22 เครื่อง บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตยในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งตอนนี้มีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยบริเวณนี้จะเป็นจุดรวมน้ำที่ไหลมาจากตอนบน อาทิ ลำปาว ลำน้ำยัง แม่น้ำชี ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต่อไป

          ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานี อพยพและขนย้ายสิ่งของขึ้นมาที่จุดอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วกว่า 5 ชุมชน รวม 115 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนห้วยม่วง จำนวน 40 ครัวเรือน ชุมชนวัดสว่าง (หลังเรือนจำ) จำนวน 15 ครัวเรือน ชุมชนวัดบูรพา 1 (บ่อบำบัด) จำนวน 20 ครัวเรือน ชุมชนวัดบูรพา 2 (หลังวัดศรีประดู่) จำนวน 10 ครัวเรือน และชุมชนบ้านทัพไทย จำนวน 30 ครัวเรือน

          ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครพนม ยังไม่คลี่คลาย โดยยังมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลทะลักจากด้าน อ.พรรณานิคม อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ไหลหลากผ่านลำน้ำอูน เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาหว้า โดยเฉพาะที่ ต.นาคูนใหญ่ และ ต.นางัว ระดับน้ำยังท่วมสูง 1 เมตร บางจุดรถเล็กยังไม่สามารถผ่านไปได้ ต้องใช้เรือลำเลียงสิ่งของอุปโภคบริโภคเข้าไปในพื้นที่เท่านั้น

น้ำท่วมอีสาน

          ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุฉุกเฉิน กระแสน้ำได้ไหลกัดเซาะถนนทางหลวง 2346 สายนาหว้า-บ้านหนองนกทา ช่วงหลัก กม.ที่ 32-33 บริเวณสะพานห้วยแคน น้ำหลากซัดคอสะพานจนเป็นโพรงลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร ทั้งสองฝั่งเส้นทางน้ำเข้า-ออก เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครพนม ต้องสั่งปิดการจราจร 1 ช่องทาง ฝั่งขาออกตัวอำเภอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และเร่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว

          ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.ยอดเพ็ชร คำแสงดี รอง ผอ.แขวงทางหลวงนครพนม กล่าวว่า น้ำอูนที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะคอสะพาน ซึ่งได้เลาะผิวจราจรกว้าง 6 เมตร เจาะช่องนำไม้ไปค้ำยันเพื่อลดแรงปะทะของน้ำ พร้อมนำกระสอบทราย 100 กระสอบอุดไว้ เหลือช่องจราจรให้รถวิ่งได้แค่ 4 เมตร ทั้งยังปักป้ายห้ามรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 15 ตันวิ่งผ่าน  ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทาง ถนนทางหลวงชนบทสายบ้านค้อ-ห้วยไห หากค่ำวันนี้ไม่สามารถป้องกันได้  อาจต้องนำสะพานเบลี่ย์มาค่อม เพื่อให้สัญจรไปมาได้ชั่วคราว หลังนำลดจะได้เร่งซ่อมแซมต่อไป

น้ำท่วมอีสาน

          ด้านนายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำต่อจากหนองหาร เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลายขึ้นมากแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ใกล้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ยังเหลือในพื้นที่ลุ่มต่ำ และติดกับลำน้ำก่ำที่ ต.ด่านม่วงคำ แต่เป็นน้ำที่ท่วมพื้นที่การเกษตร ประมาณ 2,000 ไร่ ส่วนอีก 3 ตำบลคือ ตำบลตองโขบ ตำบลเหล่าโพนค้อ และตำบลแมดนาท่ม แห้งเกือบหมดแล้ว และถ้าไม่มีฝนมาเติมมากกว่านี้ คาดว่าทุกพื้นที่จะปกติภายใน 7 วัน โดยขณะนี้ทางอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งสำรวจความเสียหาย ซึ่งเบื้องต้นประชากรทั้งหมดของอ.โคกศรีสุพรรณประมาณ 35,000 ราย มีที่ได้รับผลกระทบประมาณ 6,000 ราย พื้นที่การเกษตร 17,000 ไร่ ส่วนใหญ่ 90% เป็นการปลูกข้าว ซึ่งเกษตกรส่วนใหญ่เกือบ 100% ขึ้นทะเบียนเกษตรเรียบร้อยแล้วทำให้สามารถได้รับเงินช่วยเหลือจากจังหวัดแน่นอน และคาดว่านับแต่วันนี้ ประมาณ 45 วัน ทางเกษตรจะได้รับเงินเยียวยาแน่นอน

น้ำท่วมอีสาน

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN


คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย