ทีมกรุ๊ป อัพเดตแผนที่ ชี้ 13 เขตรอดท่วมแน่นอน





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภากประกอบจาก TEAM Group

          ทีมกรุ๊ป ชี้ส่วนใต้คลองแสนแสบได้รับผลกระทบ จากการเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ ระดับเพิ่มขึ้น 10 ซม. พร้อมฟันธง 13 เขต กทม.ชั้นใน รอดท่วมแน่นอน

          วันนี้ (19 พฤศจิกายน) นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการบริหารทีมกรุ๊ป ในฐานะวิศวกรแหล่งน้ำได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้มีการเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ เพิ่มขึ้นจาก 40 เซนติเมตร เป็น 1 เมตรนั้น จะส่งผลให้คลองแสนแสบ มีระดับน้ำสูงขึ้นไม่เกิน  10 เซนติเมตร อย่างแน่นอน ส่วนใต้คลองแสนแสบ  เขตบางกะปิ สะพานสูง สวนหลวง จะได้รับน้ำจากคลองแสนแสบ ทำให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน

          กรรมการทีมกรุ๊ป ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ถนนศรีนครินทร์ และร่มเกล้า ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่มากนัก เช่นเดียวกับ เขตสวนหลวง ประเวศ กิ่งแก้ว ถึงราชาเทวะ จะได้รับผลกระทบแต่ไม่มาก เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ซม.

          อย่างไรก็ตาม แผนที่เตือนภัยล่าสุด แสดงให้เห็นพื้นที่ที่รอดพ้นจากน้ำท่วมแน่นอน ซึ่งได้เป็นเขตพื้นที่ กทม. ชั้นใน ได้แก่...

          1.บางคอแหลม
          2.เขตสาธร
          3.บางรัก
          4.ปทุมวัน
          5.พญาไท
          6.เขตบางซื่อ
          7.ดุสิต
          8.ดินแดง
          9.ห้วยขวาง
          10.วัฒนา
          11.คลองเตย
          12.พระโขนง
          13.บางนา ฝั่งตะวันตก





อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม




[17 พฤศจิกายน] รื้อคันทำพิษ! หลายพื้นที่น้ำเพิ่ม 10-20 ซม.


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภากประกอบจาก TEAM Group

          ทีมกรุ๊ปชี้หลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่มเฉลี่ย 10-20 ซม.หลังรื้อคันกั้นน้ำคลองหกวาสายล่าง เสนอสร้างวอเตอร์เวย์ เพื่อระบายน้ำ

          เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ดร.ชวลิต จันทรรัตน์ นักวิชาการด้านบริหารจัดการน้ำจากทีมกรุ๊ป ได้ออกมาวิเคราะห์ปัญหา การทำลายคันกั้นน้ำในช่วงคลองหกวาสายล่าง ซึ่งก็ทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่า จะส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมในภาพรวมหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด

          โดยดร.ชวลิต กล่าวว่า การรื้อคันกระสอบทรายหน้า รพ.สายไหม ยาว 35 เมตร สถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยระดับน้ำเหนือคัน 1.50 เมตร จะเพิ่มความลึกของน้ำบริเวณตลาดวงศกร ถ.สุขาภิบาล 5 และ ถ.วัชรพล เฉลี่ย 10-20 ซม. แต่จะไม่เพิ่มมากเท่าหน้า รพ.สายไหม ซึ่งจะเพิ่มประมาณ 30-50 ซม.

          ส่วนการเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์เพิ่ม จะทำให้พื้นที่ใกล้คลองจะได้รับน้ำเพิ่ม 10 ซม. ได้แก่ บริเวณคลองสามวา สะพานสูง บึงกุ่ม มีนบุรี ระดับน้ำจะเพิ่ม 10-20 ซม. โดยแถวคู้บอนอาจกระทบหนัก เพราะรวมน้ำทั้งจากทั้ง 2 ทาง รวมถึงจะแผ่ไปทางบางกะปิ จะรับน้ำเพิ่มอีก 10 ซม. และบางชัน คาดวันที่ 18 พ.ย. น่าจะได้รับน้ำเพิ่มอีก 10 ซม.

          ขณะที่น้ำจากคลองแสนแสบจะไปถึงถนนพระราม 9 ศรีนครินทร์ ร่มเกล้า กิ่งแก้ว จะเพิ่มระดับประมาณ 10 ซม. จะได้รับน้ำมากขึ้นเพื่อไปคลองประเวศฯ คลองพระโขนง และสูบลงแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ น้ำจะไปถึงพื้นที่ ถ.บางนา-ตราด เร็วขึ้น และอาจขังอยู่นาน ก่อนจะเข้าคลองเทพารักษ์ คลองสำโรง ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

          สำหรับการรื้อบิ๊กแบ็กบริเวณแยก คปอ. จะกระทบพื้นที่สะพานใหม่ บางบัว รัชดาฯ ซ.ภาวนา โดยห้าแยกลาดพร้าวอาจจะมีน้ำเพิ่ม แต่คลองบางซื่อยังรับน้ำได้ 

          นอกจากนี้ ดร.ชวลิต ยังกล่าวถึง การเสนอแนวคิดในการสร้าง "วอเตอร์เวย์" ป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นการรวมระหว่างมอเตอร์เวย์กับฟลัดเวย์ ระยะ 100 กม. ซึ่งจะใช้เวลาใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี โดยวางแนวถนนวงแหวนรอบ 3 ที่มีเส้นทางใกล้เคียงกับฟลัดเวย์โบราณ เพื่อใช้ระบายน้ำหน้าฝน โดยการดึงน้ำจากอยุธยา ธัญบุรี ลำลูกกา หนองจอก ไปลงทะเลตรงคลองด่าน จ.สมุทรปราการ



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม




[17 พฤศจิกายน] ทีมกรุ๊ป ชี้ หลัง 2 ธันวา คลี่คลายทุกพื้นที่! 

 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก TEAM GROUP


          ทีมกรุ๊ป ชี้ หลัง 2 ธันวาคมนี้ สถานการณ์คลี่คลายทุกพื้นที่ แนะรัฐสร้างวอเตอร์เวย์ "ทางด่วนน้ำ" ช่วยระบายลงทะเล

        วานนี้ (16 พฤศจิกายน) ในการประชุมเสวนา "ท่านถาม เราตอบ ทุกประเด็นเกี่ยวกับน้ำท่วม" โดยบริษัททีมกรุ๊ป นำโดย นายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำและกรรมการผู้จัดการกลุ่มธุ่รกิจที่ปรึกษาในประเทศด้านแหล่งน้ำและพลังงาน  รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นผู้ดำเนินการ ณ สถาบันปรีดี

        โดยนายชวลิต กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ในขณะนี้ถ้าบ้านใครตั้งอยู่ใกลแหล่งน้ำ หรือตั้งใกล้เครื่องสูบน้ำ น้ำก็จะแห้งเร็วกว่า ส่วนเขตที่จะไม่ท่วมนั้น ได้แก่ เขตปทุมวัน ราชเทวี วัฒนา บางซื่อ ดุสิต เอกมัย พระโขนง คลองเตย และเขตที่ต้องเฝ้าระวังคือ พระรามสอง  เพราะว่าโอกาสที่เป็นไปได้นั้น 50/50 เลยทีเดียว แต่พื้นที่ที่มั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอนนั่นก็คือ สนามบินสุวรรณภูมิ รวมไปถึงถนนเส้นพระรามเก้าด้วย

        นายชวลิต ยังกล่าวอีกว่า ในภาพรวมนั้นสถานการณ์เริ่มจะคลี่คลายลงได้เรื่อย ๆ และในช่วงวันที่ 18 - 24 พฤศจิกายนนี้ ระดับน้ำทะเลลดลง ถือว่าเป็นข่าวดีที่น้ำจากทางฝั่งตะวันตก จะสามารถระบายได้มากขึ้น  โดยจะระบายได้สองทางคือ ลงแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน ซึ่งก็จะส่งผลให้สถานการณ์น้ำในคลองมหาสวัสดิ์คลี่คลาย และในส่วนบริเวณถนนบรมราชชนนี และพุทธมณฑลสาย 4 ปริมาณน้ำจะลดลง ทั้งนี้ คาดว่า ประมาณวันที่ 22 พฤศจิกายน ถนนเส้นนี้จะสามารถใช้การได้

        ผู้เชียวชาญจากทีมกรุ๊ป ยังกล่าวต่อว่า สำหรับมวลน้ำเหนือที่มีปริมาณ  12,000 ล้าน ลบ.ม. นั้น ขณะนี้ได้ถูกระบายออกไป เพียง 2,000 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นน้ำค้างทุ่งประมาณ 6,000 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณน้ำที่เหลือทั้งหมดก็ประมาณ 10,000 ล้าน ลบ.ม. ที่ยังไม่ได้ระบายลงน้ำทะเล ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาในการระบายน้่ำประมาณ 30 วัน สถานการณ์จึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง และหลังวันที่ 2 ธันวาคม น้ำทะเลจะลดต่ำลงอีก สถานการณ์ต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ก็จะเริ่มคลี่คลาย

       นอกจากนี้ นายชวลิต ยังเปิดกล่าวอีกว่า ในพื้นที่เมืองชั้นใน ที่ตอนนี้มีบิ๊กแบ็กมาช่วยทำให้น้ำจากคลองหกวาสายล่าง 60 % ไหลมาสู่คลองบางซื่อเพียง 40%  ก็จะสามารถระบายน้ำได้ทัน แต่ถ้ามีการรื้อบิ๊กแบ็กอีก ก็จะทำไปยืดระยะเวลาให้น้ำท่วมนานเข้าไปอีก

       พร้อมกันนี้ นายชวลิต ยังได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวเป็นแผน 7 มาตรการบริหารการจัดน้ำทั้งประเทศ โดยเสนอให้จัดทำทางด่วนน้ำใต้มอร์เตอร์เวย์ หรือ "มอเตอร์ - วอเตอร์ เวย์ ในระยะทาง 100 กิโลเมตร กว้าง  300 เมตร  ลึก 8 เมตร เริ่มจาก อ.บางปะหัน ผ่านวังน้อย หนองเสือ ธัญญะ ลำลูกกา หนองจอก บางวัว บางบ่อและคลองด่าน ซึ่งในเส้นทางด่วนน้ำดังกล่าว จะทำให้การไหลของน้ำมากกว่า 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยโครงการนี้น่าจะใช้งบประมาณเกิน 1 แสนล้านบาทระยะเวลาในการก่อสร้าง 7 ปี
 
     โดยนายชวลิต ได้กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนได้เสนอรัฐบาลหลายยุคแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่เกิดเหตุภัยพิบัติให้เห็นนัก ซึ่งตนคิดว่าในขณะนี้คงถึงเวลาแล้วที่สร้างวอเตอร์เวย์



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก



[15 พฤศจิกายน] ทีมกรุ๊ปอัพเดตแผนที่ บางพลี-สุขุมวิท พื้นที่เสี่ยงมาก!






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภากประกอบจาก TEAM Group

          ทีมกรุ๊ปอัพเดตแผนที่ เตือน บางพลี สุขุมวิท เสี่ยงมาก ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่ บางบ่อ บางปะกง คลองสำโรง หนองแขม ตลิ่งชัน คลองภาษีเจริญ คลองทวีวัฒนา

          ทีมกรุ๊ปอัพเดตภาพน้ำท่วมกรุงเทพฯ ล่าสุด วานนี้ (14 พฤศจิกายน) โดยใช้โมเดล "River Network Model" คำนวณน้ำมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากแผนที่ดังกล่าวพบว่า ย่านบางพลี สุขุมวิท อยู่ในกลุ่ม "สีเหลืองเข้ม" นั่นแสดงให้เห็นว่า เป็นพื้นที่ "เสี่ยงมาก" เช่นเดียวกันกับแถบ พระราม 2 สมุทรสาคร และ อ.กระทุ่มแบน

          ขณะที่เขตบางนา ประเวศ และสวนหลวง แผนที่แสดง "สีเหลืองอ่อน" หมายถึงว่า มีความเสี่ยงแค่ปานกลางเท่านั้น ส่วนเขตที่แสดง "สีแดง" ซึ่งหมายถึงมีความเสี่ยงสูงนั้น ได้แก่  อ.บางบ่อ  บางปะกง คลองสำโรง และทางตะวันตกได้แก่  หนองแขม ตลิ่งชัน คลองภาษีเจริญ คลองทวีวัฒนา 

          สำหรับเขตดอนเมือง แจ้งวัฒนะ สายไหม ถึงแม้ว่าจะถูกน้ำท่วมแล้ว ก็ยังอยู่ในเขตสีแดง หรือเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้รวมไปถึงถนนสองสายสำคัญ ทั้ง วิภาวดี พหลโยธิน นวมินทร์ และรามอินทรา ส่วนฝั่งลาดพร้าว บางกะปิ คันนายาว บึงกุ่ม อยู่ในกลุ่ม "สีเหลืองอ่อน" คือเสียงปานกลางเท่านั้น



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[10 พฤศจิกายน] ทีมกรุ๊ป แนะปล่อยน้ำผ่านพระรามสอง-กู้ถนน 340

แผนที่น้ำท่วม

น้ำท่วม


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภากประกอบจาก TEAM Group, ครอบครัวข่าว 3

          ทีมกรุ๊ป แนะปล่อยน้ำผ่านพระรามสอง อย่ากั้นน้ำ เพราะน้ำจะเพิ่มแรงดัน พร้อมเห็นด้วยถ้ากู้ถนน 340 ใช้สัญจรแทนถนนพระรามสอง แต่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า น้ำจะลงช้า

          วันนี้ (10 พฤศจิกายน) นายชวลิต จันทรรัตน์ วิศวกรแหล่งน้ำ บริษัททีมกรุ๊ป ได้กล่าวถึงกรณีที่น้ำเข้ามาถึงพระราม 2 ว่า ไม่ควรไปกั้นหรือขวางทางน้ำ ต้องปล่อยให้ไหลข้ามผ่านไป เพราะถ้ายิ่งขวาง ก็จะยิ่งเพิ่มแรงดันให้น้ำมากขึ้น และถ้าหากกั้นไว้ 1 เมตร แรงดันจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ตัน ดังนั้น ควรปล่อยให้น้ำไหลข้ามผ่านถนนเป็นช่วงสูง 20 - 30 เซนติเมตร ในขณะเดียวกันหากจะกู้ถนนสาย 340 บางบัวทอง - สุพรรณบุรี ก็ต้องบอกประชาชนว่า น้ำในบริเวณดังกล่าวจะลดช้าลง 

          นายชวลิต กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีแผนจะกู้ถนนสาย 340 ระยะทาง 27 กิโลเมตร เพื่อนำมาใช้ทดแทนถนนพระราม 2 ที่ตอนนี้น้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้ และนอกจากนี้ ยังได้คาดการณ์สถานการณ์น้ำในฝั่งธนบุรี ว่า หลังจากวันที่ 15 พฤศจิกายน ระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลง และน่าจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน ถนนจึงจะแห้งสนิท ส่วนน้ำท่วมที่แถบบางพลัด ระดับน้ำในบริเวณดังกล่าวจะลดลงได้นั้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำเจ้าพระยาเพียงอย่างเดียว 

          สำหรับที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน จะรอดพ้นจากน้ำท่วมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการสูบน้ำ ทั้งนี้เนื่องจากในวันนี้ (10 พฤศจิกายน) น้ำจะเริ่มเอ่อเข้าท่อ ดังนั้น ทาง กทม. จะต้องหาทางดึง หรือสูบน้ำลงจากคลองแสนแสบ อีกทั้งยังต้องเร่งระบายน้ำ เพราะถ้าหากว่าปล่อยให้ท่วมนานจนเกินไป พื้นดินจะอิ่มน้ำ โครงสร้างดินที่กั้นไว้จะทรุดตัวลงได้



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[7 พฤศจิกายน] เผยแผนที่ทีมกรุ๊ปล่าสุด เตือนหลายเขตเสี่ยงน้ำท่วม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         เผยแผนที่ทีมกรุ๊ปฉบับล่าสุด ( 6 พ.ย.) ยกระดับสวนหลวง บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย เป็นเขตเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้น

         เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ทีมกรุ๊ป ได้เผยภาพแผนที่ล่าสุด ซึ่งจัดทำเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียมสถานการณ์อุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เพื่อสรุปสถานการณ์ว่าอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

         ทั้งนี้ พบว่า ขณะนี้ น้ำได้ไหลท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอกหลายจุดแล้ว ทั้งฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก โดยฝั่งตะวันตก น้ำกำลังไหลลงมาสู่เขตบางบอน พระราม 2 รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่ฝั่งตะวันออก น้ำได้เริ่มทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นในมากขึ้น ทั้งเขตลาดพร้าว สะพานสูง บางกะปิ

         อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับแผนที่ของทีมกรุ๊ปฉบับก่อนหน้า จะพบว่า มีบางเขตที่สีของแผนที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แสดงถึงว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมเพิ่มขึ้น หลังน้ำเริ่มทะลักเข้ามามากขึ้น ประกอบด้วย

        เขตสวนหลวง ช่วงที่อยู่ด้านบนของคลองประเวศบุรีรมย์ขึ้นไป จากเดิมเป็นสีเหลืองอ่อน (เสี่ยงปานกลาง) ถูกปรับเป็นสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก)

        เขตบางกอกน้อยและบางกอกใหญ่ จากเดิมเป็นสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก) ถูกปรับเป็นสีส้ม (เสี่ยงมาก)

        เขตคันนายาว มีนบุรี คลองสามวา เหนือถนนรามอินทรา ทางตะวันออกของถนนวงแหวนรอบนอก เปลี่ยนจากสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก) เป็นสีส้ม (เสี่ยงมาก)

        พื้นที่เหนือถนนรามอินทรา ทางตะวันตกของวงแหวนรอบนอก จนถึงแยกหลักสี่ เปลี่ยนจากสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก) เป็นสีแดง (เสี่ยงสูงสุด-น้ำท่วมแล้ว)

        พื้นที่ใต้ถนนนรามอินทราจนถึงถนนประเสริฐมนูกิจ ด้านฝั่งตะวันออกของคลองบางบัว จนถึงถนนนวมินทร์ เปลี่ยนจากสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก) เป็นสีส้ม (เสี่ยงมาก)

        พื้นที่เหนือถนนงานวงศ์วาน-รัตนาธิเบศ ด้านตะวันตกของคลองบางบัว จนถึงทางด่วนศรีรัช เปลี่ยนจากสีเหลืองเข้ม (เสี่ยงค่อนข้างมาก) เป็นสีแดง (เสี่ยงสูงสุด-น้ำท่วมแล้ว)

        พื้นที่เหนือคลองภาษีเจริญทั้งหมด เปลี่ยนจากสีส้ม (เสี่ยงมาก) เป็นสีแดง (เสี่ยงสูงสุด-น้ำท่วมแล้ว)


          สำหรับทีมกรุ๊ป (Team Group) นั้นเป็นบริษัทที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในหลากหลายสาขา โดยเริ่มแรกเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม จากนั้นได้ขยายสาขา โดยให้คำปรึกษาด้านการคมนาคมขนส่ง รวมทั้งโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคพื้นฐาน พลังงาน อาคาร การจัดการ รวมทั้งการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนเพิ่มเติม

          ทั้งนี้ ทีมกรุ๊ปถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในหลายวงการเป็นอย่างดี



ขอขอบคุณข้อมูลจาก





คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย