คลายเครียด..แก้ปัญหาสติแตกเมื่อน้ำท่วม



น้ำท่วม

 
คลายเครียด..แก้ปัญหาสติแตกเมื่อน้ำท่วม (ไทยโพสต์)
ภาพประกอบโดย Rufous / Shutterstock.com

          ภาวะน้ำท่วมเกาะกินทำร้ายจิตใจของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย มากบ้างน้อยบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถหลีกพ้นปัญหาความเครียด อันเกิดจากน้ำที่เราไม่อาจจะควบคุมได้ หากตั้งสติและลองดำเนินการตามคำแนะนำของผู้รู้ รวมทั้งนักจิตวิทยาทั้งหลาย เพราะความเครียดของอารมณ์มนุษย์ในเหตุการณ์น้ำท่วม ก็ไม่ได้แตกต่างจากความเครียดอันเกิดจากการทำงานหรือปัญหาชีวิตนั่นเอง

ทั้งนี้วิธีง่าย ๆ เพื่อคลายเครียดในภาวะปัจจุบัน อาทิ

          จินตนาการแสนสุข อีกทางเลือกในการบรรเทาความเครียด คือ ดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน โดยหลับตาแล้วหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ แล้วหยุดไว้ 2 วินาทีก่อนหายใจออก การหยุดช่วงสั้นๆ จะมีผลทำให้ระบบประสาทสงบลง ทำแบบนี้ในที่เงียบ ๆ สัก 5 นาที รับรองว่าจะรู้สึกดีแบบทันตาเห็น จากนั้นก็นึกถึงช่วงเวลาดี ๆ เช่น วันที่ได้รับคำชมจากเจ้านาย วันที่ครอบครัวสนุกสนาน

          หนังสือบำบัด หาหนังสือที่อ่านแล้วสบายใจเล่มบาง ๆ มาไว้ใกล้มือ เครียดเมื่อไหร่หยิบมาพลิกอ่านสักหน้าสองหน้าแก้เครียด หรือหามุมสงบ-ฟังเพลง ฟังเพลงเบา ๆ โดยเฉพาะเพลงแนว Meditation ทั้งเสียงบรรเลงดนตรีและเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงคลื่น น้ำตก นกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคืนสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์

          โทร.หาเพื่อนรู้ใจ อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ทุกปัญหาได้ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสักคน แล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ การมีคนรับฟังและให้คำปรึกษาจะทำให้ชีวิตที่ยุ่งเหยิงเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า คุณไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลก หรือจะอาศัยพลังแห่งการสัมผัส ถ้ามีเพื่อนสนิทในที่ทำงานอาจสลับสับเปลี่ยนกันนวดบรรเทาอาการเครียด เพราะการโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ชื่อ ออกซิโทซิน ช่วยลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

          ทดลองหลับ บางตำรากล่าวไว้ว่า วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาสมดุลแห่งความเครียด คือ การฝึกจิตง่าย ๆ ครั้งละ 10-15 นาที เช้าและเย็น ด้วยการนั่งท่าสบาย ๆ อยู่ที่โต๊ะทำงานของคุณ หนุนศีรษะบนแขนที่วางไขว้กัน หรือหาที่เหมาะนอนท่าเหยียดยาว หลับตาและปล่อยตัวตามสบาย เพื่อผ่อนคลายง่าย ๆ หรือการคิดในทางบวก ขอให้จำไว้ว่าการมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน คิดถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตให้บ่อยขึ้น รวมถึงคิดถึงความปรารถนาดีของคนอื่นที่มีต่อคุณ ก็จะช่วยให้เป็นคนที่เครียดน้อยลงและมีความสุขมากขึ้นได้

          หนีให้พ้นความจำเจด้วยการไปตากอากาศระยะสั้น เมื่อความเครียดรุมเร้า ก็ไม่ควรอุดอู้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม ทางที่ดีคุณควรหาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์ใกล้ ๆ ธรรมชาติสักพัก อาจเป็นสวนหย่อมในที่ทำงาน หรือคาเฟทีเรียใกล้ ๆ จากนั้นเดินผ่อนคลายและหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่มันมาจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป.






ขอขอบคุณข้อมูลจาก





คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย