ศาลไม่สั่งหยุดกู้ถนน 340 ให้ ศปภ.-กทม.ร่วมจัดการน้ำ


น้ำท่วมนนทบุรี

ศาลปกครองคุ้มครองชาวนนท์ (ไอเอ็นเอ็น)

          ศาลปกครองไม่สั่งห้ามกู้ถนน 340 พร้อมคุ้มครองชาวนนท์ และให้ ศปภ.-กทม.ร่วมกัน บริหารจัดการน้ำให้ดี

          นายกมล สกลเดชา รองอธิบดีศาลปกครอง หัวหน้าองค์คณะแผนกคดีสิ่งแวดล้อม พร้อมองค์คณะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่นางทศสิริ พูลนวล ยื่นฟ้องศปภ. และกทม. ในคดีที่ 1-2 เรื่องเป็นเจ้าพนักงานของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยมิชอบ ทำให้ผู้ฟ้องเดือดร้อนบ้านถูกน้ำท่วม ขอให้ศาลไต่สวนเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการกู้ถนนสาย 340 และถนนกาญจนาภิเษก และระงับการปิดประตูระบายน้ำและเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ช่วงรอยต่อกับพื้นที่ จ.นนทบุรี

          โดยศาลปกครองเห็นว่า การกู้ถนนทั้งสองสายเพื่อจะใช้เป็นเส้นทางเดินทางไปยังภาคใต้ รวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ด้วย ประกอบกับถนนนอกทางที่มีการกู้ก็มีน้ำท่วมขังในระดับเกือบจะเท่ากันทั้งสองฝั่ง กรณีนี้จึงถือเป็นภารกิจหนึ่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และเห็นว่ากรณีนี้ยังไม่เป็นการสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคำขอ

          ส่วนการขอให้ระงับการปิดประตูระบายน้ำและเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ช่วงรอยต่อกับพื้นที่ด้านทิศใต้ของจังหวัดนนทบุรี นั้น ปัจจุบัน ได้เปิดประตูระบายน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์รวมสี่บานแล้ว จึงเห็นได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้พิจารณาแล้วว่าการเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหารงานของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความสามารถในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ส่วนการระงับการเสริมกระสอบทรายนั้น เห็นว่า น้ำในคลองมหาสวัสดิ์ลดต่ำลงกว่าคันกั้นน้ำถาวรแล้ว จึงไม่จำต้องออกคำสั่งใดๆ ให้ระงับหรือรื้อถอน







[30 พฤศจิกายน] ศาลยังไม่วินิจฉัย คุ้มครองกู้ถนนสาย 340



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

           ศาลปกครองยังไม่วินิจฉัย คดีชาวนนท์ฟ้อง ศปภ. - กทม. คุ้มครองกู้ถนน 340

           วานนี้ (29 พฤศจิกายน) จากกรณีที่ นางทศสิริ พูลนวล ชาวบ้าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ยื่นฟ้อง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และกทม. ในการออกคำสั่งมิชอบ และขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการสั่งกู้ถนนสาย 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี และถนนกาญจนาภิเษก ช่วง อ.ไทรน้อย และ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รวมไปถึงการเปิดประตูระบายน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ และในการพิจารณคดีได้มีตัวแทนจาก ศปภ. คือ นายชัชวาล ปัญญาวาทีนันท์ รองอธิบดีกรมชลประธาน ฝ่ายบริหาร เข้าร่วมไต่สวนด้วย โดยการไต่สวนนั้นเริ่มเวลา 09.30 น. และเสร็จสิ้นลงในเวลา 17.30 น. รวมเวลาการไต่สวนทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง

           ทั้งนี้ นางทศสิริ ได้กล่าวภายหลังเข้าการไต่สวนว่า ตนได้ให้การต่อศาลตามข้อเท็จจริง เพราะว่าการกู้ถนนสาย 340 ทำให้พื้นที่ย่านบางบัวทองระบายช้าลง แต่วันนี้ทางกรมทางหลวงได้มาให้ข้อมูลกับศาลว่า ตั้งแต่กู้ถนนแล้วระดับน้ำบางบัวทองเป็นอย่างไร น้ำเพิ่มหรือไม่ เพื่อมาหักล้าง แต่ตนคิดว่า คำตอบดังกล่าวยังไม่สามารถหักล้างได้ เพราะตนต้องการคำตอบที่ว่า น้ำที่ค้างอยู่ใน จ.นนทบุรี ทั้งหมด จะใช้ระยะเวลาในการระบายน้ำนานเท่าไร แต่พอฟังคำให้การของอีกฝ่ายทำให้ตนรู้สึกงง

           นางทศสิริ ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทางตุลาการได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายซักถามซึ่งกันและกัน แต่คำชี้แจงของส่วนราชการยังไม่ทำให้ตนเห็นภาพแก้ปัญหาทั้งระบบ มีแต่เพียงการหักล้างเรื่องที่ว่า ถนน 340 เป็นปัญหาต่อการระบายน้ำหรือไม่เท่านั้น และหลังจากนี้จะไม่มีการไต่สวนและเรียกเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่ศาลจะส่งคำวินิจฉัยชั่วคราวมาให้ตน และผู้ถูกฟ้องทางโทรสารต่อไป ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าเป็นวันใด และถึงแม้ว่าการกู้ถนนสาย 340 และสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายแล้ว แต่การปฏิบัติต่อประชาชนโดยมิชอบ ไม่ให้ข้อมูลแต่แท้จริงกับประชาชนได้ทราบนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะแก้ไข



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 



[25 พฤศจิกายน] ชาวนนท์ลุ้น! ศาลนัดไต่สวนฟ้อง ศปภ.-กทม. 29 พ.ย. นี้


น้ำท่วมนนทบุรี


          ศาลปกครอง นัดไต่ส่วน ศปภ.-กทม. วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ หลังจากชาวบ้านนนทบุรีฟ้องให้ระงับการกู้ถนนสาย 340 และการปิดประตูระบายน้ำช่วงรอยต่อกรุงเทพฯ - นนทบุรี
 
          หลังจากที่นางทศสิริ พูลนวล ชาวบ้านจังหวัดนนทบุรี ยื่นฟ้องศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อศาลปกครอง ให้ระงับการกู้ถนนสาย 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) และการปิดประตูระบายน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์ จุดเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และนนทบุรี
 
          วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งนัดไต่สวนคู่กรณีแล้ว ในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 9.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 8 สำนักงานศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ
 
          นางทศสิริ ผู้ยื่นฟ้อง กล่าวว่า ในวันที่ศาลนัดไต่สวน ตนจะให้ข้อมูลว่า การที่ ศปภ. กู้ถนนสาย 340  ไม่ได้ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบผลดีผลเสียอย่างเพียงพอ รวมถึงเรื่องการปิดประตูระบายน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์ ควรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสองฝ่ายร่วมกันตัดสินใจ ไม่ใช่ กทม. ตัดสินใจฝ่ายเดียว ป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนใน 2 พื้นที่




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก



[24 พฤศจิกายน] ฝั่งธนฯ น้ำสูงขึ้น หลังเปิดประตูน้ำ 3 บานช่วยนนท์






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม

          นนท์ดึขึ้น น้ำเริ่มลด ขณะที่ฝั่งธนฯ หลายจุด ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น หลังเปิดประตูระบายน้ำ 3 บาน

          หลังจากที่กรุงเทพมหานครยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มขึ้นเป็น 1 เมตร ตามข้อเรียกร้องของชาวนนท์ พร้อมกับเปิดประตูระบายน้ำอีก 3 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำขุนศรีบุรีรักษ์ ประตูระบายน้ำคลองควาย และประตูระบายน้ำคลองซอย ริมแนวคลองมหาสวัสดิ์ ก็ได้ส่งผลให้ระดับน้ำด้านในเพิ่มสูงขึ้นอีก 2 เซนติเมตร เช่นเดียวกับคลองทวีวัฒนาที่ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นด้วย

          ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำในฝั่งธนบุรี ปรากฏว่าระดับน้ำหลายจุดเพิ่มขึ้น อย่างเช่นที่หมู่บ้านพระปิ่น 2 ก่อนหน้านี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่เมื่อเปิดประตูระบายน้ำ ระดับน้ำกลับสูงขึ้นมาอีก 10-15 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านเริ่มกังวลว่า น้ำจะยิ่งเพิ่มระดับมากกว่านี้

          ส่วนที่บริเวณคลองขุนศรีบุรีรักษ์ พบว่า ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้น 3 - 4 เซนติเมตร มีลักษณะไหลเชี่ยวแรง ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีความกังวลว่า น้ำจะเพิ่มขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้น้ำได้เริ่มลดลงแล้ว แต่หากทางกรุงเทพมหานคร ยังคงรักษาระดับน้ำได้ในระดับนี้ ก็สามารถที่จะยอมรับกับสภาพได้

          เช่นเดียวกับที่บริเวณเชิงสะพานคลองควาย ชาวบ้านที่หนีน้ำมาสร้างเพิงพักพิงบริเวณเชิงสะพานคลองควาย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย และไหลเข้าท่วมทางเดินเข้าบ้านเรือนของชาวบ้านแล้ว จากเดิมที่น้ำไม่ท่วมถึง ทำให้ชาวบ้านหลายคนมองว่า กรุงเทพมหานครไม่สมควรที่จะเปิดประตูระบายน้ำ เพราะจะยิ่งทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก

          ขณะที่ผลจากการเปิดประตูระบายน้ำ ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรีมีระดับน้ำลดลงบ้างแล้ว โดยที่บางกรวยบางจุดระดับน้ำลดลงถึง 15 เซนติเมตร ขณะที่ภาพรวมทั้งจังหวัดระดับน้ำลดลง 3-5 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเริ่มเดินทางกลับไปอาศัยอยู่ในบ้านแล้ว


  คนนนท์เตรียมขอบคุณ กทม. ให้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม

          ตัวแทนคนนนท์เตรียมเดินทางไปศาลาว่าการ กทม. อ่านแถลงการณ์ขอบคุณ กทม.ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์เป็น 1 เมตร พร้อมแนบท้ายหากจะปรับลดระดับลง เพื่อช่วยคนกรุงเมื่อไหร่ ต้องแจ้งชาวนนท์ทันที

          หลังจากที่กลุ่มชาวบ้านจังหวัดนนทบุรีออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ขอให้เปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มเป็น 1 เมตร เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังนานนับเดือนในพื้นที่บางบัวทอง บางใหญ่ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ออกโดยเร็ว ก่อนจะได้ข้อสรุปเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 พฤศจิกายน) หลังจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ยอมเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 1 เมตร ท่ามกลางความดีใจของชาวนนทบุรีนั้น

          เกี่ยวกับความคืบหน้าของเรื่องนี้ นางสาวศิริขวัญ นิลกรรณ์ ตัวแทนกลุ่มเอาน้ำออกจากนนทบุรีอย่างเป็นรูปธรรม กล่าวในวันที่ 24 พฤศจิกายนว่า
ในช่วงบ่ายวันนี้ แกนนำกลุ่มคนนนทบุรีที่ออกมาเรียกร้องเรื่องดังกล่าวจะเดินทางไปอ่านแถลงการณ์ขอบคุณ กทม.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถนนเสาชิงช้า หลังจาก กทม.ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์สูงขึ้นเป็น 1 เมตร ตามข้อเรียกร้อง และทำให้น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่นนทบุรีเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ทางกลุ่มจะได้อ่านแถลงการณ์ขอบคุณคนปลายน้ำในเขต กทม.และพื้นที่ข้างเคียงที่ช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวนนทบุรี หลังจากเปิดประตูระบายน้ำด้วย

          อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มยังขอเรียกร้องให้ กทม.รักษาสัญญาที่จะเปิดประตูระบายน้ำสูง 1 เมตรไว้ด้วย เพราะแม้ผู้ว่าฯ กทม.จะยอมเปิดประตูระบายน้ำสูง 1 เมตร แต่ก็ยังได้ขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ในการเพิ่มหรือลดระดับประตูระบายน้ำ เพื่อดูแลประชาชนชาว กทม.อยู่ดี ดังนั้น ในแถลงการณ์ของชาวนนทบุรี จึงได้เรียกร้องแนบท้ายไปด้วยว่า หาก กทม.เตรียมจะปรับลดระดับประตูระบายน้ำลงเมื่อไหร่ ขอให้แจ้งให้ทางจังหวัด หรือตัวแทนกลุ่มคนนนทบุรีทราบทันที เพราะคนนนทบุรีจะได้วิเคราะห์ได้ว่า จะต้องใช้เวลาอดทนอีกนานแค่ไหน น้ำจึงจะระบายออกได้หมด เพื่อจะได้กลับเข้าไปใช้ชีวิตในบ้านได้ตามปกติ



  เปิดประตูน้ำ 3 บาน บางกรวย-ไทรน้อย น้ำยังไม่ลด 

          สถานการณ์น้ำท่วมย่านบางกรวย-ไทรน้อย หลังกทม.เปิดประตูระบายน้ำ 3 บาน ยังไม่เห็นผลชัดเจน ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. ปชช.เดินทางลำบาก รถน้อย ขาดแคลนอาหาร

          สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ภายหลังจากเปิดประตูระบายน้ำ 3 แห่งในคลองมหาสวัสดิ์ ล่าสุด โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ ถ.บางกรวย - ไทรน้อย ซ.22 มุ่งหน้าสู่สี่แยกบางสีทอง ระดับน้ำยังคงสูงกว่า 50 ซ.ม. ส่วนระดับน้ำที่ลดลง หลังจากเปิดประตูระบายน้ำในจุดนี้ ยังไม่เห็นผลอย่างชัดเจน เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับคลองบางกรวยและคลองบางกอกน้อย ซึ่งลำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และขณะนี้น้ำเริ่มสูงขึ้นและคาดว่าในช่วงสายจะสูงมากกว่า 50 ซ.ม.

          ส่วนการเดินทางตั้งแต่ ถ.บางกรวย - ไทรน้อย ปากซอย 19 มาจนถึงสี่แยกบางสีทอง ยังคงต้องใช้รถขนาดใหญ่ ซึ่งประชาชนต้องรอระยะเวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง จึงจะมีรถขับผ่าน ขณะที่การใช้ชีวิตในพื้นที่ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนยังขาดแคลนอาหาร เนื่องจากร้านอาหารเกือบทั้งหมดยังไม่เปิดให้บริการ อีกทั้ง มีปัญหาขยะจำนวนมากสะสมอยู่ในพื้นที่ด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
  



[23 พฤศจิกายน] ชาวนนท์ร้องศาลสั่ง ศปภ.-กทม. เลิกกู้ถนน 340

น้ำท่วมนนทบุรี





ชาวนนท์ร้องศาลสั่ง ศปภ.-กทม. เลิกกู้ถนน 340 (ไอเอ็นเอ็น)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยโพสต์

           ชาวบ้านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ร้องศาลปกครอง คุ้มครองชั่วคราว สั่ง ศปภ.-กทม. เลิกกู้ถนน 340 และระงับการปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ ขณะที่ กทม. ยอมเปิดประตูระบายคลองมหาสวัสดิ์ 1 เมตร

           วันนี้ (23 พฤศจิกายน) นางทศสิริ พูลนวล วัย 50 ปี ชาวบ้านย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ยื่นฟ้องศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้มีคำสั่ง ระงับการกู้ถนนสาย 340 ถนนกาญนาภิเษก และระงับการปิดประตูระบายน้ำ และเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ ช่วงรอยต่อกับพื้นที่ จ.นนทบุรี เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงาน กระทำละเมิดสิทธิของชุมชน และสิทธิมนุษยชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

           พร้อมกันนี้ ยังชี้แจงด้วยว่า การทำงานของ ศปภ. และ กทม. ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ทำให้น้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร และเป็นเวลายาวนานกว่าปกติ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานไม่เคยออกมาชี้แจงให้ทราบเลยว่าการกระทำดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง และมีมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยา ที่เกิดขึ้นจะมีใครเป็นผู้รับผิดชอบ

           นอกจากนี้ นี้ผู้ฟ้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการกู้ถนนสาย 340 ถนนกาญนาภิเษก และระงับการปิดประตูระบายน้ำ และเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ช่วยรอยต่อกับพื้นที่ จ.นนทบุรี

กทม.ยอมเปิดประตูระบายคลองมหาสวัสดิ์ 1 เมตร

           ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงถึงการพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์ ทั้ง 3 ประตู คือ ประตูระบายน้ำขุนศรีบุรีรักษ์ ประตูระบายน้ำคลองควาย และประตูระบายน้ำคลองซอย ตามข้อร้องขอที่ชาวนนทบุรี ต้องการให้เปิดที่ระดับ 1 เมตรนั้น ขณะนี้ทาง กทม. พร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แต่ก็ขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ ในการปรับระดับประตูระบายน้ำ เพื่อดูแลประชาชนชาว กทม. พร้อมกันนี้ จะทำหนังสือไปยัง ศปภ. ให้ช่วยเร่งรัดผันน้ำ ที่อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของกรมชลประทาน คือ ประตูระบายน้ำฉิมพลี และประตูระบายน้ำนครชัยศรี ให้ช่วยเร่งระบายน้ำออก เพื่อลดความเสี่ยง และผลกระทบต่อชาว กทม. อีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวแสดงความดีใจที่สามรถตอบสนอง และลดความเดือดร้อนให้กับชาวนนทบุรีได้ ซึ่งหลังจากนี้ไปทาง กทม. จะต้องเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบจากการเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าวอย่างใกล้ชิด


ผู้ว่าฯ นนท์โอด กทม.หลอกเปิดปตร. จ่อพบศปภ.

          ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เผย กทม. ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของชาวนนทบุรี เปิด 3 ประตูระบายน้ำแนวมหาสวัสดิ์ 1 เมตร ด้านสุขุมพันธ์ยันไม่เคยสัญญาจะเปิดประตู 1 เมตร ยันเปิดประตูระบายน้ำ 3 แห่งแล้ว ขอประเมินสถานการณ์อีก หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้น

          เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากการที่ทางชาวบ้าน และจังหวัดนนทบุรี ได้มีมติร่วมกันในการเรียกร้องให้ทาง กทม. เปิดประตูระบายน้ำด้านฝั่งตะวันตก 3 ประตูสำคัญ ในแนวคลองมหาสวัสดิ์ ในเขตทวีวัฒนา เป็น 1 เมตร นั้น ทาง กทม. ยังไม่ยอมเปิดให้ตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าคนนนทบุรี ถูกหลอกให้ดีใจ

          แต่อย่างไรก็ตาม จะรอผลการประชุมของ กทม. ในวันนี้ ว่าจะเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 แห่ง ตามข้อเรียกร้องได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ยอมเปิดอีก ก็ไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่ ส่วนในช่วงบ่ายนี้ จะเข้าพบ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. เพื่อหารือในกรณีดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

          ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกกล่าวยืนยันว่า กทม. จะพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำ ตามข้องเรียกร้องของชาวนนทบุรี เพิ่มขึ้นตามลำดับขั้นบันได แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ กทม. พร้อมย้ำว่า กทม. มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะเปิด หรือหรี่บานประตูระบายน้ำได้ตามความเหมาะสม และยืนยันว่า ไม่เคยสัญญาจะเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ที่ระดับ 1 เมตร ทั้งนี้ หากผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรี ต้องการให้มีตัวแทนของ กทม. ร่วมสร้างความเข้าใจกับชาวนนทบุรี ก็พร้อมจะส่งตัวแทนเข้าร่วมเจรจาด้วย

          นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังจากที่ กทม. ได้เปิดประตูระบายน้ำแนวริมคลองมหาสวัสดิ์ ทั้ง 3 แห่ง และได้มีการประเมินสถานการณ์ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองควาย ระดับน้ำอยู่ที่นอกประตู ลดลง 3 ซม. ในประตูเพิ่มขึ้น 1 ซม.

          ส่วนประตูระบายน้ำคลองซอย ระดับน้ำนอกประตูระบายน้ำลดลง 3 ซม. ในประตูระดับน้ำยังคงทรงตัว ขณะที่ประตูระบายน้ำคลองขุนศรีบุรีรักษ์ ระดับน้ำนอกประตูลดลง 7 ซม. ในประตูระดับน้ำยังคงทรงตัว ส่วนประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 2 ซม. พร้อมกันนี้ยอมรับว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากังวล ซึ่งทาง กทม. จะขอเวลาประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังจากนี้ภายใน 24 ชั่วโมง


น้ำทวีวัฒนายังสูง หลังกทม.เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม





          สถานการณ์น้ำท่วมที่เขตทวีวัฒนา น้ำยังท่วมสูงอยู่ หลัง กทม. เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม ตลอดเส้นทาง ประชาชนต้องออกมาพักริมถนนแทนบ้าน

          สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในเขตทวีวัฒนา ยังคงประสบกับปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากในหลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง ซึ่งจากการสำรวจเส้นทางเข้ามายังวัดปุรณาวาส แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา พบว่า หากเลี้ยวซ้ายจาก ถ.พุทธมณฑลสาย 2 เข้ามายัง ถ.ศาลาธรรมสพน์ ตลอดเส้นทาง พบว่าระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 - 40 ซ.ม. รถเล็กเดินทางเข้า - ออกลำบาก ขณะที่ภายในซอยย่อยต่างๆ พบว่าน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 1 เมตร บ้านชั้นเดียวไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งตลอดเส้นทางพบว่า ประชาชนออกมาอาศัยอยู่ริมถนน เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วม และส่วนหนึ่งได้มาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดปุรณาวาส ซึ่งจนถึงขณะนี้ พบว่าน้ำยังคงท่วมสูง 15 - 20 ซม. เช่นเดียวกับภายในวัดปุรณาวาส ที่ยังคงมีระดับน้ำประมาณ 15 - 20 ซม. เช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจระดับน้ำบริเวณคลองตาควาย คลองขุนศรีบุรีรักษ์ ที่รับน้ำมาจากคลองทวีวัฒนา พบว่า ในวันนี้ น้ำเอ่อล้นท่วมสูงกว่าเดิมประมาณ 5 - 10 ซม. เนื่องจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 75 ซม. จากเดิม 50 ซม. ตามข้อเรียกร้องของชาว จ.นนทบุรี








[23 พฤศจิกายน] ผู้ว่าฯกทม. เตรียมเปิดปตร. แบบขั้นบันได ช่วยนนทบุรี

กทม.เผยเปิดประตูระบายน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์ 3 คลองแบบขั้นบันได


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยพีบีเอส

          ผู้ว่าฯกทม. เตรียมเปิดประตูระบายน้ำแบบขั้นบันได สูงสุดที่ 75 ซม. ด้านผู้ว่าฯนนทบุรี เผยเตรียมลอกคลองบางบัวทอง ระบายน้ำให้เร็วขึ้น

          วันนี้ (22 พฤศจิกายน) นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากหารือกับกรมชลประทาน ในข้อเรียกร้องของชาวบ้านในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งหมด 4 ข้อ คือ จะเริ่มขุดลองคูคลองและกำจัดวัชพืช รวมถึงซ่อมแนวคันกั้นน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 200 เครืองที่คลองบางบัวทองก่อน

          ส่วนเรื่องที่ให้จังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่ภัยพิบัติพิเศษ ทาง ศปภ. จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่การเปิดประตูระบายน้ำคลองฝั่งธนบุรีสูง 1 เมตร ทาง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง แต่ชาวบ้านไม่เชื่อจึงลงตรวจสอบ พบว่า เปิดเพียงแค่ 75 เซนติเมตรเท่านั้น

          ซึ่งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ออกมากล่าวว่า จะเปิดประตูระบายน้ำแบบขั้นบันได ที่ 75 เซนติเมตร ได้แก่ คลองขุนศรีบุรีรักษ์ คลองควาย และคลองซอย ไม่ใช่ 1 เมตรตามที่เรียกร้อง และเปิด 50 เซนติเมตร ที่คลองทวีวัฒนา แต่ว่าคลองบางตลาดยังไม่สามารถระบายได้ เพราะตื้นเกินไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[22 พฤศจิกายน] ชาวนนท์โห่ไล่ผู้ว่าฯ - เปิดประตูระบายน้ำได้แค่ 0.7 เมตร


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
          ชาวบ้านนนทบุรีราว 800 คน โห่ไล่ผู้ว่าฯ นนทบุรี หลังจากการเจรจาเปิดประตูระบายน้ำในจุดเชื่อมระหว่างนนทบุรีกับกรุงเทพฯ ล้มเหลว ได้เพียงแค่ 0.7 เมตร จากที่เรียกร้องไป 1 เมตร
 
          วันนี้ (22 พฤศจิกายน) เวลา 13.00 น. นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ประกาศผลการเจรจากับกรุงเทพมหานคร เรื่องการเปิดประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างนนทบุรีกับกรุงเทพฯ เป็น 1 เมตร ต่อหน้าชาวบ้านที่มารวมตัวประมาณ 800 คน หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีว่า ทาง กทม. เห็นว่า ถ้าเปิดประตูระบายน้ำสูง 1 เมตร จะทำให้ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำ ดังนั้นจึงเปิดได้เพียง 0.7 เมตรเท่านั้น จากเดิม 0.5 เมตร ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่ได้ยินต่างไม่พอใจและตะโกนขับไล่ผู้ว่าฯ นนทบุรี
 
          ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ นนทบุรี กล่าวว่า ขอเวลาสักพักเพื่อติดต่อกับทาง กทม. อีกครั้ง โดยจะแจ้งข้อมูลที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ กทม. พิจารณาต่อไป
 
          นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเข้าใจว่า ทาง กทม. ชอบลักไก่บอกว่าจะเปิดให้สูงกว่าเดิม แต่พอชาวบ้านไม่อยู่ ก็ลดระดับลงมาเหลือ 0.5 เมตรเหมือนเดิม ทำให้นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี ประกาศว่า จะส่งคนไปดูทางประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ว่า ทาง กทม. ได้เปิดประตูระบายน้ำ 0.7 เมตรตามที่ตกลงกันหรือไม่


ชาวนนท์ชุมนุมศาลากลาง รอคำตอบน้ำท่วม

          ชาวบ้านจังหวัดนนทบุรี เริ่มมาชุมนุมรอคำตอบแก้ปัญหาน้ำท่วมสูง ที่ศาลากลางจังหวัด ตำรวจ สั่ง รปภ. ผู้ว่าฯ เข้มงวด วอน อย่าปิดถนน

          สถานการณ์ที่ ศาลากลาง จ.นนทบุรี ก่อนถึงเวลานัดหมายที่ชาวบ้านจะเดินทางมารับฟังคำตอบ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัด ภายหลังจากพื้นที่ อาทิ อ.บางกรวย อ.บางใหญ่ และ อ.บางบัวทอง น้ำท่วมถูกมากว่า 1 เดือนแล้ว ล่าสุด เริ่มมีประชาชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ และรอเวลารวมตัวกัน ขณะที่ ศาลากลาง ก็ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจภูธร จ.นนทบุรี 63 นาย ลงพื้นที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันการกระทบกระทั้งกัน ระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อาจเกิดขึ้นได้

          ขณะที่ พ.ต.ท.ณธีพัฒน์ จิรัฐวรโชติ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวคาดว่า สถานการณ์จะไม่รุนแรง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ดูแลความปลอดภัยของ ผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรี อย่างเข้มงวด ส่วนประชาชนที่จะเดินทางมาก็ขอให้พูดคุยด้วยเหตุผลและอย่าทำการปิดถนน เพราะจะทำให้การจราจรติดขัด


กทม.ยันเปิด ปตร.ทวีวัฒนา 1 เมตรไม่ได้ กระทบฝั่งธนฯ

          ผู้ว่าฯ กทม. ยันไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาเป็น 1 เมตรตามข้อเรียกร้องของชาวนนท์ได้ หวั่นน้ำทะลักฝั่งธนบุรีเพิ่มอีก ชี้หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว พร้อมเปิดให้กว้างขึ้นแน่นอน

          เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงข้อเรียกร้องของชาวนนทบุรี ที่ต้องการให้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เพิ่มอีก 50 เซนติเมตร กลายเป็น 1 เมตร ว่า กทม.คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะหากเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาสูงเป็น 1 เมตร จะกระทบกับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีมากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน

          อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ยังระบุด้วยว่า หากสถานการณ์น้ำดีขึ้นแล้ว ก็พร้อมจะเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาให้กว้างมากขึ้น และภายในเร็ว ๆ นี้ จะลงไปพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมกับขอบคุณชาวนนทบุรีด้วย และมั่นใจว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
  




[21 พฤศจิกายน] ศปภ.รับข้อเสนอเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์


พล.ต.อ.ประชา

 
ศปภ.รับข้อเสนอเปิดปตร.คลองมหาสวัสดิ์ (ไอเอ็นเอ็น)

          พล.ต.อ.ประชา แถลงผลถก กทม. และนนทบุรี กทม.เตรียมจะเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ 70 - 80 ซม. เพื่อเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีน

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. แถลงการหารือร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี ซึ่งทุกฝ่ายได้ทำข้อเสนอร่วมกันโดยกรุงเทพมหานคร ก็จะทำการเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ จาก 50 เซนติเมตร เป็น 70 - 80 เซนติเมตร หรือมากกว่า ทั้งนี้ในส่วนของคลองบางกรวย คลองบางพลัด คลองบางอ้อ ทางกรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำให้เป็นไปตามพื้นที่ และจะเร่งระบายน้ำลงคลองมหาสวัสดิ์ คลองโยง และคลองพระพิมล เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน รวมถึงทางกรุงเทพมหานคร จะประสานไปยังกองทัพเรือ ให้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

          นอกจากนี้ทางกรุงเทพมหานคร ได้เรียกร้องให้ นนทบุรี เร่งระบายน้ำบริเวณไซฟอนลอดคลองประปา ลงคลองบางตลาด ทั้งนี้ข้อเรียกร้องดังกล่าว ต้องมีการหารือกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

          ทั้งนี้ จากการที่ได้ทำการตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณคลองรังสิต ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจากเดิมมีเครื่องสูบน้ำจำนวน 11 เครื่อง และได้มีการเพิ่มอีก 15 เครื่อง รวมทั้งหมด 26 เครื่องนั้น แต่เนื่องจากว่าปริมาณขยะที่มีมาก จึงทำให้เข้าไปอุดตันเครื่องสูบน้ำ และได้ชำรุดไปจำนวน 3 เครื่อง โดยจะได้เร่งประสานทางกรุงเทพมหานคร ให้รีบดำเนินการกำจัดขยะให้หมดไป เพื่อให้การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงอีกครั้ง จึงทำให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง


[20 พฤศจิกายน] ชาวนนท์บุกศาลากลาง จี้แก้น้ำท่วม



 


ชาวนนท์บุกศาลากลาง จี้แก้น้ำท่วม (ไอเอ็นเอ็น)


          ปชช.นนทบุรี กว่า 300 คน บุกห้องประชุมที่มิได้มีการหารือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัด ซึ่งมี รองผู้ว่าฯ นั่งเป็น ประธาน เพื่อทวงถามการแก้ไขน้ำท่วม

          เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ชาวบ้านใน จ.นนทบุรี กว่า 300 คน ที่มารอฟังคำตอบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากทาง จ.นนทบุรี ได้บุกเข้าห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ซึ่งภายในห้องดังกล่าว ทางจังหวัดได้มีการประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งบรรยากาศภายในห้องประชุมหลังจากที่ประชาชนเข้ามา เป็นไปด้วยความตึงเครียด เพราะชาวบ้านที่เข้ามามีความเดือดร้อน ทำให้บางคนมีอารมณ์ที่รุนแรง

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนใน จ.นนทบุรี เรียกร้องคือ เมื่อไหร่น้ำที่ท่วมใน จ.นนทบุรี จะลด รวมทั้ง การที่กรุงเทพมหานคร เปิดประตูระบายน้ำ 50 เซนติเมตร ที่ประตูระบายน้ำ 6 แห่ง ที่เชื่อมกับคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อช่วยระบายน้ำ จ.นนทบุรี ลงสู่แม่น้ำท่าจีน อยากทราบว่าจะทำให้ระดับน้ำใน จ.นนทบุรี ลดลงเท่าใด รวมทั้ง ชาวบ้านต้องการให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาชี้แจงในรายละเอียดด้วยตน

          และล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากที่ผู้ว่าฯ นนทบุรีมีแนวโน้มจะไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้ ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนได้รวมตัวหน้าศาลกลาง และจะปิดการจราจรถนนรัตนาธิเบศร์ด้านหน้าศาลกลางจังหวัดใกล้กับแยกแครายแล้ว






 



[16 พฤศจิกายน] คนเมืองนนท์เปิดเฟซบุ๊กนัดทวงถามน้ำท่วม

          คนเมืองนนท์ เปิดเพจเฟซบุ๊ก นัดรวมพลทวงถามยุติธรรมน้ำท่วม ใช้ชื่อว่า ชุมชนคนรักเมืองนนท์

          ประชาชน จ.นนทบุรี เปิดหน้าแฟนเพจในเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า "ชุมชนคนรักเมืองนนท์" เพื่อนัดหมายรวมตัวขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี โดยเว็บเพจมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ว่า เพื่อแจ้งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับน้ำท่วม จ.นนทบุรี และรวมตัวกันเพื่อขอความยุติธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในการหามาตรการที่เป็นรูปธรรม ในการผันน้ำ หรือระบายน้ำออกจากพื้นที่ หลังจากปล่อยให้น้ำท่วมขังนานเกือบ 4 สัปดาห์ และน้ำมีระดับสูงเท่าอก หรือเอว ตลอดจนเพื่อเป็นการทวงถามแนวทางการเยียวยช่วยเหลือ

          ทั้งนี้ในเว็บเพจ ยังระบุด้วยว่า มีการนัดหมายเพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 12.00 น. ด้านหน้าศาลากลางใหม่ อ.เมือง จ.นนทบุรี







[13 พฤศจิกายน] นนทบุรีน้ำลดแล้ว เตรียมเข้าฟื้นฟูหลัง 18 พ.ย.










เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพปนะกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

        จ.นนทบุรี น้ำลดแล้ว 70 เซนติเมตร ถนนรัตนาธิเบศร์เริ่มแห้ง ด้านซอยท่าอิฐ รถยนต์เล็กสามารถวิ่งได้แล้ว 

        สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรี 1 เดือนที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ต้องเผชิญวิกฤติหนัก น้ำทะลักไหลเข้าท่วมในระดับสูง บางหมู่บ้าน บางชุมชน ประชาชนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะซอยท่าอิฐ ถนนรัตนาธิเบศร์ มีหมู่บ้านใหญ่ ๆ หลายโครงการต้องจมอยู่ใต้บาดาล แต่ทว่าวันนี้ น้ำได้ลดระดับลงกว่า 70 เซนติเมตรแล้ว

        โดยสังเกตได้จากระดับน้ำบริเวณหน้าซอย และขอบฟุตบาทได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง รถปิ๊กอัพ รถกระบะ สามารถวิ่งเข้าออกได้แล้ว ส่วนถนนรัตนาธิเบศร์นั้น ตั้งแต่แยกไทรม้าไปทางงามวงศ์วาน พบว่า ถนนแห้งสนิทแล้ว รถยนต์เล็กสามารถวิ่งได้ทั้งขาเข้า และขาออก จากเดิมวิ่งได้แค่เลนส์เดียว

        ส่วนทางด้านพื้นที่บางบัวทอง บริเวณสี่แยกบางพลู ปริมาณน้ำก็ลดลงเช่นกัน ประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร ขณะที่ในเขตบางใหญ่น้ำยังคงระดับสูง รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ทั้งนี้คาดว่า ถ้าหากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดระดับลง ปริมาณน้ำในเขตจังหวัดนนทบุรี จะลดลงตามลำดับ และเข้าสู่สภาวะปกติในไม่ช้านี้




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




น้ำท่วมนนทบุรี

น้ำท่วมนนทบุรี

น้ำท่วมนนทบุรี


[30 ตุลาคม] นนท์แจ้งปิดจราจรซ.วัดกู้-เลียบคลองประปา

        จังหวัดนนทบุรี อ.ปากเกร็ด แจ้งปิดการจราจรซอยวัดกู้ และถนนเลียบคลองประปา เพื่อความปลอดภัย

        คันดินกั้นน้ำบริเวณซอยวัดกู้ ตลอดแนวมีขนาดใหญ่และสูงมาก เพื่อกั้นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระย าและรับแรงปะทะจากมวลน้ำจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับซอยวัดกู้ เป็นเส้นทางสัญจรที่มีรถเข้า - ออกเป็นจำนวนมาก น้ำหนักและแรงขับเคลื่อนของรถมีผลทำให้คันดินทรุดตัว จนอาจเกิดการพังทลายของคันดิน และมีน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่โดยเร็วได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจรและผู้อาศัยบริเวณซอยวัดกู้ และพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียง เทศบาลนครปากเกร็ด จึงจะต้องดำเนินการปิดการจราจรตั้งแต่ช่วงเย็นของวันนี้ 30 (ต.ค.) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ

        โดยขอให้ผู้อาศัยในพื้นที่ และผู้ใช้เส้นทางซอยวัดกู้ โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และนำยานพาหนะเข้าจอดในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการพังทลายของคันดินกั้นน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และอีกหนึ่งเส้นทางคือ ถนนเลียบคลองประปาฝั่งปากเกร็ด ตั้งแต่แยกแจ้งวัฒนะ - สรงประภา ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ เนื่องจากเทศบาลกำลังปรับระดับแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นจากคลองประปาในช่วงนี้ และเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขอให้ประชาชนอย่าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว







[27 ตุลาคม] เตือนชาวนนท์ชั้นในระวัง หลังน้ำทะลักเข้าถ.สนามบินน้ำ
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนท์ชั้นในระวังระวังน้ำท่วมหนัก หลังน้ำทะลักเข้าพื้นที่ริมถนนสนามบินน้ำ จนแฟลตทหารกรมพลาธิการจมน้ำเมตรกว่าแล้ว

          หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ตุลาคม) ระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในของเขตอำเถอเมืองนนทบุรีแล้ว โดยบริเวณถนนสนามบินน้ำสายในตั้งแต่ถนนหน้าวัดตำหนักใต้ หน้าจุดกลับรถกระทรวงพาณิชย์, หน้าวัดแจ้งศิริสัมพันธ์, หน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และจุดสำคัญคือที่บริเวณสี่แยกพระนั่งเกล้า รถเล็กเริ่มสัญจรด้วยความยากลำบากเพราะระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร

          ซึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งได้แก่ ที่บริเวณแฟลตที่พักอาศัยของทหารกรมพลาธิการทหารบก ถนนสนามบินน้ำ ที่ได้ถูกน้ำเข้าท่วมสูงถึง 1.5 เมตร โดยทางทหารต้องนำกระสอบทรายมาเรียงกั้นทางเข้าออกของแฟลตเพื่อไม่ให้น้ำไหลออกมาท่วมถนน แต่ก็ไม่สามารถกั้นได้ทั้งหมด ยังมีน้ำซึมออกมาบ้างและผุดออกมาตามท่อ



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






[23 ตุลาคม]บางกรวยยังวิกฤติ ปชช. วอนรัฐเหลียวแล (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก isnhotnews.com

          น้ำท่วมบางกรวยยังวิกฤติ ประชาชนเครียดหาอาหารไม่ได้ ขณะที่ไร้ตู้ ATM บริการ วอนภาครัฐเหลียวแล

          สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บางกรวย ในจ.นนทบุรี ล่าสุด ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติโดยเฉพาะหมู่บ้านเทพประทาน หมู่บ้านศรีบัณฑิต และพื้นที่ด้านหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมภายในหมู่บ้านมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ซึ่งบางจุดของหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งระดับน้ำสูงถึง 1.50 เมตร และได้เอ่อล้นออกไปเข้าท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านที่น้ำยังไปไม่ถึง ต่างเร่งนำกระสอบทรายและก่ออิฐบล็อกป้องกันน้ำไหลเข้าบ้านอย่างโกลาหล

          ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็ประสบกับสภาวะความเครียด เนื่องจากสินค้าในร้านค้าสะดวกซื้อและร้านที่อยู่ทั้งสองข้างทางของถนนบางกรวย-ไทรน้อย ได้หมดสต๊อกและทยอยปิดร้าน ทั้งส่วนการเดินทางเข้า-ออก ล่าสุดขณะนี้ รถขนาดเล็กไม่สามารถขับผ่านไปได้ เนื่องจากน้ำบนถนนมีความสูงกว่า 50 เซนติเมตร ส่วนตู้ ATM สำหรับกดเงินสดได้ทยอยปิดให้บริการ ซึ่งประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ โดยกล่าวแสดงความน้อยใจที่ประสบกับสภาวะน้ำท่วมมาเกือบเดือนแล้ว แต่ก็ตกสำรวจและไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วย ซึ่งความช่วยเหลือเร่งด่วนขณะนี้ ต้องการถุงยังชีพ เรือท้องแบน สะพานไม้ ตลอดจนอยากให้มีการจัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวในพื้นที่







[22 ตุลาคม]  วอนชาวนนท์โทรขอให้ช่วย อย่าแจ้งเหตุเกินจริง
 

 



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก คุณWitsanu Nunthakitpinyo

          รองผู้ว่าฯ นนทบุรี วอนผู้ประสบภัยอย่าแจ้งข้อมูลเกินจริง เพราะเป็นการเสียบุคลากรและเครื่องมือเกินความจำเป็น แทนที่จะช่วยคนอื่นได้เพิ่มอีก

          เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวนนทบุรี โดยเฉพาะที่อำเภอบางบัวทอง ซึ่งเป็นจุดวิกฤติที่สุดในจังหวัดนนทบุรีว่า ขณะนี้ได้เข้าไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยส่วนหน้าที่หน้าวัดบางไผ่ อำเภอบางบัวทองแล้ว โดยเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยอาสาสมัครจะให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งอพยพประชาชนผู้ประสบภัยในอำเภอบางบัวทอง และอำเภอบางใหญ่ออกจากพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้มีน้ำท่วมในเขตหมู่บ้านจัดสรรราว 80 หมู่บ้าน

          นายประดิษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังได้เปิดสายด่วนหมายเลข 1131 รับแจ้งขอความช่วยเหลือเฉพาะที่จังหวัดนนทบุรีแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอร้องผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือว่า ให้แจ้งข้อมูลจริง อย่าแจ้งข้อมูลเกินจริง เนื่องจากกลัวว่าจะไม่มีคนเข้าไปช่วย

          รองผู้ว่าฯ นนทบุรี ยังกล่าวอีกว่า อย่างเช่นที่ผ่านมา มีผู้แจ้งว่ามีคนติดอยู่ 40-50 คน เมื่อนำเรือหลายลำเข้าไปรับกลับมีคนติดอยู่แค่ 2 คน ทำให้เรือเข้าไปมากเกินความจำเป็น ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนแจ้งข้อมูลจริง และเจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือทุกคนแน่นอน เพราะหากแจ้งข้อมูลเกินจริง จะเป็นการเสียบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือที่ระดมเข้าไปช่วยมากเกินไป แทนที่เจ้าหน้าที่จะได้แบ่งกำลังและเครื่องมือไปช่วยเหลือคนอื่นด้วย







อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก










[14 ตุลาคม] ท่าน้ำนนท์ฝนตก-ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง (ไอเอ็นเอ็น)



          บริเวณท่าน้ำนนทบุรี ฝนตกกระจาย เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 ตัว สูบออกจากพื้นที่ชั้นในลงเจ้าพระยา ด้านเรือด่วน ยังให้บริการตามปกติ ประชาชนกังวล ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงกว่าประตูระบายน้ำ

          บริเวณท่าน้ำนนทบุรีในขณะนี้ มีฝนตกเช่นเดียวกันกับในหลายพื้นที่ของจ.นนทบุรี ทำให้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าในขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูงไม่ถึงแนวป้องกัน ตามที่เทศบาลเมืองนนทบุรีทำไว้ที่ความสูง 3.50 เมตร แต่ชาวบ้านและประชาชนที่สัญจรไปมาก็ยืนดูด้วยความเป็นห่วง

          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 5 เครื่อง ไว้คอยสูบน้ำที่เข้ามาในพื้นที่ชั้นใน เพื่อสูบออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเร่งด่วน สำหรับการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาในเช้าวันนี้ ยังคงให้บริการตามปกติ

          ทั้งนี้ ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนางประนอม โพธิ์ทองคำ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเดินทางด้วยเรือหางยาวบริเวณท่านนทบุรีเป็นประจำทุกวัน กล่าวว่า วิตกกังวลกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะในขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าประตูระบายน้ำคลองอ้อม ซึ่งเป็นคลองที่เข้าออกเป็นประจำทุกวัน เกรงว่า น้ำอาจจะล้นประตูระบายน้ำ ทะลักเข้าสู่พื้นที่ของประชาชนด้านในได้

          อย่างไรก็ตาม นางประนอม กล่าวด้วยว่า ทางผู้นำชุมชนได้กล่าวแจ้งเตือนให้ชาวบ้านทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท พร้อมกับให้เตรียมเอกสารสำคัญ รวมทั้งไฟฉายและชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือให้เต็ม หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ทางผู้นำชุมชนก็จะจุดพลุ จำนวน 3 ดอก เพื่อให้ชาวบ้านอพยพขึ้นสู่ที่สูง

          สำหรับบรรยากาศน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำนนทบุรีเช้าวันนี้ มีความสูงทั้งสิ้น 2.67 เมตร และขณะนี้นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ก็มาสังเกตการณ์ปริมาณน้ำด้วย






[12 ตุลาคม] ท่าน้ำนนท์ น่าห่วง ฝนถล่มซ้ำ-น้ำสูงเข้าขั้นวิกฤติ












เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก คุณWitsanu Nunthakitpinyo

          ท่าน้ำนนท์ เข้าขั้นวิกฤติ น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก หลังฝนถล่มซ้ำอีก ทางด้านเจ้าหน้าที่ก่อกระสอบทรายสูงกว่า 2 เมตร ป้องกันน้ำทะลักแล้ว

           วันนี้ (12 ตุลาคม 2554) สถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณท่าน้ำนนท์ เทศบาลนครนนทบุรี  จ.นนทบุรี ขณะนี้ระดับเพิ่มสูงขั้นอย่างรวดเร็ว โป๊ะท่าน้ำลอยขึ้นจนเกือบสุดเสายึดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลได้นำกระสอบทรายก่อเป็นกำแพงกั้นน้ำสูงประมาณ 2 เมตร เพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้ามา

         ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 1 ตัว คอยสูบน้ำออกตลอดเวลา พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น หน่วยดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกัน และบรรเทาสาสาธารณภัย คอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

        อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 11.50 น. ได้เกิดฝนตกหนักถล่มซ้ำอีกครั้ง ทำให้กระแสน้ำน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเชี่ยวกราก เรือโดยสารที่ต้องข้ามฟากไปยังฝั่งบางบัวทองต้องใช้ความระมัดระวังในการควบคุมเรือเป็นอย่างมาก ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยานั้นยังเปิดบริการตามปกติ แต่ต้องบังคับเรือให้ช้าลงกว่าเดิม เพื่อลดความแรงของน้ำที่จะพัดเข้าบ้านเรือนประชาชน



[3 ตุลาคม] กรมชลฯ โต้ข่าวลือน้ำท่วมเกาะเกร็ดสูงเท่าปี 2538

เกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด




          กรมชลฯ ชี้ปีนี้น้ำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คาดปทุม-นนท์ท่วมหนัก เกาะเกร็ดอาจท่วมถึงยอด หากน้ำไหลผ่านเจ้าพระยาเกิน 4,500 ลบ.ม. เผยขณะนี้น้ำไหลผ่านเขื่อนที่ 3,616 ลบ.ม.

          วานนี้ (30 กันยายน) นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า หลังจากที่เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงมากกว่า 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งถือว่าสถานการณ์อยู่ในระดับวิกฤตแล้ว และน้ำทั้งหมดจะมาถึงเขื่อนภูมิพลในอีก 5 วันข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลก็วิกฤตอยู่แล้ว ไม่สามารถรับน้ำเหนือที่จะไหลบ่ามาได้อีก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจึงต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อความปลอดภัยของเขื่อน ซึ่งการระบายน้ำเช่นนี้ จะทำให้ปริมาณน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มขึ้นในระดับ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์ของประเทศไทย

          อย่างไรก็ตาม รองอธิบดีกรมชลประทานยังคาดด้วยว่า น้ำทั้งหมดน่าจะเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานครประมาณวันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งหากไม่สามารถจัดการบริหารน้ำได้ คาดว่า จังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

          โดยเฉพาะที่จังหวัดนนทบุรี ระดับน้ำอาจจะท่วมสูงเกือบถึงยอดเจดีย์เกาะเกร็ด ทุบสถิติปี 2538 ก็เป็นได้ ขณะที่กรุงเทพฯ ก็อยู่ในสถานการณ์ที่น่าห่วง เพราะต้องเร่งระบายน้ำในช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนสูงที่สุดในรอบปี คือวันที่ 28-31 ตุลาคมนี้ ซึ่งทางกรมชลประทานจะแถลงข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยทุกวัน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือ

          อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อเช้าวันนี้ (1 ตุลาคม) กรมชลประทานได้ออกมาชี้แจงถึงข่าวดังกล่าวว่า การที่สถานการณ์น้ำในเกาะเกร็ดจะสูงเท่าปี พ.ศ.2538 จะต้องมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท 4,500 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที แต่ในข้อเท็จจริงขณะนี้มีปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 3,616 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ข่าวดังกล่าวจึงยังไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ประชาชน สามารถติดตามสถานการณ์น้ำ จากกรมชลประทานได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ทางสายด่วน 1460 กด 2

          ขณะที่สถานการณ์น้ำบริเวณเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (1 ตุลาคม) ปริมาณน้ำได้เพิ่มมากขึ้นจนท่วมถนน ทำให้ร้านค้าที่ตั้งอยู่สองข้างต้องปิดร้าน เมื่อนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวจึงไม่เดินทางมาเที่ยวเกาะเกร็ด โดยนายวิศิษฐ์ พวงเพชร นายอำเภอปากเกร็ด กล่าว ขณะนี้ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2.62 ม. ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน โดยจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ที่ ต.เกาะเกร็ด และปีนี้ถือว่าระดับน้ำสูงมาก แม้แต่ในเขตเทศบาลที่ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาปีนี้ก็ยังเจอสภาวะน้ำท่วม



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก









[30 กันยายน] นนท์น่าห่วง! น้ำปริ่มประตูระบายน้ำ อีก 45 ซม.ท่วมแน่

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง อีก 45 ซม.ล้นประตูระบายน้ำท่วมเมืองนนท์แน่ เทศบาลสั่งเตรียมรับมือแล้ว พร้อมจัดที่รองรับคนอพยพ

          วันนี้ (30 กันยายน) นายสมนึก ธนะเดชากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนนทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่จ่ออยู่ที่ประตูระบายน้ำ 16 ประตู ตั้งแต่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองบางเขน จนถึงคลองบางตลาด ซึ่งกั้นเชื่อมต่อ กทม. เพิ่มระดับสูงขึ้นแล้ว และได้ไหลเอ่อท่วมถนนบางสายในจังหวัดนนทบุรี แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงอีกเพียงแค่ 45 เซนติเมตร น้ำก็จะทะลักเข้าสู่ตัวเมืองนนทบุรี และต่อไปถึงกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน

          ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่บริเวณหอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรีนั้น นายสมนึก ระบุว่า ล่าสุด น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้ามายังพื้นที่ด้านในของศาลาท่าน้ำแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดสร้างทางเดินเสริมขึ้นมาอีก 1 เมตร เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการเรือสามารถเดินเข้าไปได้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้หรือไม่ เพราะน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเพิ่มทางเดินเสริมให้สูงขึ้นได้อีกแล้ว เพราะศีรษะจะติดเพดานของศาลา ทำให้ไม่สามารถสัญจรได้

          อย่างไรก็ตาม นายสมนึก ยอมรับว่า ปริมาณน้ำในปีนี้มากกว่าทุกปี หน่วยงานราชการหลายแห่งต้องเร่งเสริมแนวกั้นกระสอบทราย พร้อมกับเสริมคันกั้นน้ำที่ประตูระบายน้ำให้สูงขึ้น และใช้เครื่องสูบน้ำระดมสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้แค่ไหน เพราะช่วงปลายเดือนตุลาคมระดับน้ำจะยังสูงขึ้นอีก

          ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำต้องประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งทางจังหวัดนนทบุรีจึงได้จัดเตรียมศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี และโรงเรียนนครนนท์วิทยาสาขาที่ 1-5 ไว้รองรับประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและไม่มีที่อยู่อาศัยแล้ว โดยผู้ประสบภัยในจังหวัดนนทบุรี สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย และกระสอบทรายได้ที่สายด่วน 02-589-0489 ตลอด 24 ชั่วโมง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย