ผังเมือง กทม.ซัดกลุ่มทุนรุกฟลัดเวย์ ขวางทางน้ำ










ซัดกลุ่มทุนรุกฟลัดเวย์ ผังเมืองห้ามผุดหมู่บ้าน (ไทยโพสต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

          ผอ.สำนักผังเมือง กทม.ซัดกลุ่มทุนรุกฟลัดเวย์ ยันผังเมืองรวมฉบับล่าสุดห้ามผุดหมู่บ้านจัดสรร แต่มีสนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรม ถนนบางนา-ตราด มอเตอร์เวย์ โผล่ขวางทางน้ำ เชื่อหลังจากนี้ไม่มีใครกล้ามาล็อบบี้ให้ปรับผังเมือง ขณะที่นักวิชาการจ่อฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายรัฐบาลมั่วทำน้ำท่วมเร็ว ๆ นี้ "หนูไม่รู้" ครวญ เห็นใจหน่อยค่ะ

          ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. กล่าวถึงกรณีการทำฟลัดเวย์ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า กทม.ได้ออกข้อบัญญัติ กทม.ตั้งแต่ปี 2525 กำหนดให้พื้นที่นอกแนวกั้นน้ำบริเวณ กทม.ฝั่งตะวันออก เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา ขนาด 72 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่รับน้ำของกรุงเทพฯ ก่อนระบายออกสู่ทะเล จากนั้นได้กำหนดผังเมืองรวม กทม. เป็นพื้นที่สีขาวทแยงสีเขียว คือปลูกสร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยวเท่านั้น และห้ามทำหมู่บ้านจัดสรร โดยขณะนี้ผังเมืองรวม กทม.ฉบับล่าสุดประกาศใช้แต่ปี 2549 และสิ้นสุดในปี 2556 ยังเป็นหลักการเดิม

          ผอ.สำนักผังเมืองบอกว่า สาเหตุที่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถรับน้ำได้ เนื่องจากน้ำมีปริมาณมาก อีกทั้งบริเวณโดยรอบพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนมอเตอร์เวย์ ถนนบางนา-ตราด ส่งผลให้เส้นทางระบายน้ำติดขัด และทำให้พื้นที่รับน้ำกลายเป็นพื้นที่หน่วงน้ำแทน

          ถามว่า สิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำนั้นสร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ม.ร.ว.เปรมศิริตอบว่า สิ่งก่อสร้างดังกล่าวมีการก่อสร้างก่อนที่ข้อบัญญัติ กทม.ปี 2525 ประกาศใช้ จึงสามารถก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีภาพถ่ายทางอากาศยืนยันว่ามีโครงการหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นในพื้นที่ฟลัดเวย์ แต่จะสร้างก่อนการประกาศใช้ข้อบัญญัติ กทม.ปี 2525 หรือไม่ ตนไม่ทราบเป็นเรื่องต้องตรวจสอบต่อไป

          เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มนายทุนจัดสรรที่ดิน อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย มีที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวจำนวนมาก ต้องการล็อบบี้ให้รัฐบาลและ กทม.เปลี่ยนสีร่างผังเมืองรวมของ กทม. จากสีขาวทแยงเขียวเป็นสีเหลือง เพื่อสามารถก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรหรือพัฒนาพื้นที่ได้แทนให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม.ยืนยันว่า กทม.ได้ทำตามข้อบัญญัติของ กทม. และไม่ได้มีการเปลี่ยนสีตามกระแสข่าวแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นเพราะกลุ่มนายทุนแต่ก่อนคิดว่าไม่มีน้ำท่วมใหญ่เหมือนที่เกิดขึ้นปัจจุบันนี้ จึงต้องการพัฒนาพื้นที่ แต่หลังจากนี้เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ คงไม่มีใครล็อบบี้เปลี่ยนสีร่างผังเมืองรวมอีกแล้ว

          ขณะที่วิทยุเสียงอเมริกาภาคภาษาไทย อ้างความเห็นนายพาลากริสนัน ราชโคปาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผังเมือง จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ว่า การเตรียมการรับมือพิบัติภัยทางธรรมชาติอาจจะยังไม่เพียงพอ  หลายเมืองจำเป็นต้องตระหนักถึงลักษณะการเติบโตของเมือง และลักษณะเทคโนโลยีที่ใช้แก้ปัญหาพิบัติภัยไว้ล่วงหน้า รวมไปถึงมาตรการที่จะใช้ป้องกันเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมตั้งแต่จุดเริ่มต้นภาวะวิกฤติ

          นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างปัญหาการก่อสร้างที่ใช้คอนกรีตจำนวนมากในกรุงเทพมหานครนั้นมีส่วนทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมมากกว่าระบบการระบายน้ำตามธรรมชาติ เมื่อระบบการเตรียมการและการวางแผนรับมือน้ำท่วมที่มีอยู่ไม่ได้ผล สิ่งที่คนไทยหลายคนจำเป็นต้องทำในขณะนี้ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นการทำใจและทนรอภาวนาให้ระดับน้ำลดลงให้เร็วที่สุดโดยเร็ว

          กรณีน้ำท่วมขังนั้นถูกมองว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล และมีการเตรียมฟ้องร้องในเร็วนี้

          รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ก่อนหน้านี้มีคนติดต่อเข้ามาว่าให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล โดยจะมีทนายความว่าความให้ฟรี ซึ่งในความเป็นจริงตนดูแลตัวเองได้ แต่เมื่อนึกถึงคนจนซึ่งไม่มีโอกาสเรียกร้องค่าเสียหายทางกฎหมายได้ ตนจึงตั้งใจที่จะฟ้องร้องเพื่อช่วยเหลือคนจน

          "ได้หารือกับทนายความแล้ว พบว่ามีอยู่ 2-3 ประเด็นที่เป็นรูปธรรมพอที่จะฟ้องร้องถึงความเสียหายว่ามีอะไรบ้าง ใครบ้างที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะรวบรวมผู้ที่มีความรู้เพื่อร่างประเด็นนำไปเสนอว่ามีใครบ้างที่ได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะยื่นฟ้องหน่วยงานต่าง ๆ อาจมีทั้งรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือกรุงเทพมหานคร"


          นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมได้ออกแถลงการณ์เรื่อง หากประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเห็นว่าได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอันเนื่องมาจากคำสั่งและความผิดพลาดในการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อผู้สั่งการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้นั้น ปรากฏว่ามีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นจำนวนมากติดต่อมายังสมาคม พร้อมมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนในการฟ้องร้องรัฐบาล ศปภ.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ เพื่อเรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนให้กับประชาชนที่ไม่พอใจในการแก้ไขเยียวยาของรัฐบาลที่มีมติจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมเพียงครอบครัวละ 5,000 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับทรัพย์สิน ร่างกายและจิตใจ รวมทั้งค่าเสียโอกาส และการขาดอุปการะต่าง ๆ เป็นจำนวนมากที่รัฐบาลไม่กล่าวถึงเลย

          นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสมาคมจะได้ตั้งโต๊ะรวบรวมและนำไปฟ้องร้องต่อศาลต่อไปในเร็วๆ นี้ แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและที่ผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วมทั้งประเทศ รวมทั้งนักวิชาการผู้รู้และผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมแสดงทัศนะและเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงในแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมพยานหลักฐาน สมาคมจึงได้กำหนดให้มีการจัดเวทีวิพากษ์ "น้ำท่วม 54 : เหตุสุดวิสัยหรือไร้ฝีมือ" ขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 เวลา 13.00-17.00 น. ณ ห้องเรนโบว์ ชั้น 5 โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค ถนนสุขุมวิท 22 ซึ่งชุมชนใด ประชาชนท่านใดที่ประสงค์จะร่วมฟ้องในคดีดังกล่าว สามารถมาขอรับแบบฟอร์มใบมอบอำนาจยื่นฟ้องคดีและแบบฟอร์มบัญชีค่าเสียหายได้บริเวณหน้างาน หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.thaisgwa.com

          ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่า คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน แต่วันนี้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ครั้งนี้เป็นภัยธรรมชาติ จะเห็นว่าทุกพื้นไม่มีใครต้านมหาอุทกภัยได้จริง ๆ เราก็ขอความเห็นใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องการกำลังใจในการต่อสู้กับน้ำ ขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ อันนี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และเราจะได้เก็บข้อมูลข้อแนะนำต่าง ๆ ยินดีรับทุกข้อเสนอ บางส่วนเราแก้ได้ บางส่วนเราแก้ไม่ได้ เราก็เก็บไว้เพื่อกลับไปศึกษากับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) โดยจะไปคุยกันว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาจะแก้อย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก





ขอขอบคุณข้อมูลจาก









คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย