เตือนกองทัพแมลงวันบุกกรุงแน่ มีเวลาแค่ 7 วันหลังน้ำลด!!!


ขยะ
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          หลายคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว อาจจะรู้สึกโล่งใจที่จะได้กลับเข้าไปเก็บกวาดข้าวของในบ้านที่ถูกน้ำทำลายล้างเสียที และแน่นอนว่า ข้าวของเครื่องใช้หลายชิ้นต้องถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่ง "ขยะ" จำนวนมหาศาลนี่เองกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่หลังน้ำลด

          เมื่อไม่นานมานี้ ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทวิตข้อความที่น่าสนใจว่า ตอนนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังเจอปัญหาการจัดเก็บขยะ เพราะหลุมขยะเดิมถูกน้ำท่วมหมด ทำให้ขณะนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีขยะล้นถึง 1 แสนตัน และเกินปัญหาที่ทางจังหวัดจะเข้าไปจัดเก็บแล้ว

          นั่นหมายความว่า อีกไม่นานบรรดาแมลงวัน หนู ยุง แมลงสาบ แม้กระทั่งโรคระบาดต่าง ๆ จะเกิดขึ้นตามมาเป็นหางเลขแน่นอน แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างแออัด และครั้งนี้ถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน จะต้องรับสภาพกับปัญหาขยะที่หนักกว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างแน่นอน


ขยะ


          ทั้งนี้ ทพ.กฤษดา ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า แม้ว่าขณะนี้หลายพื้นที่จะยังมีน้ำท่วมอยู่ แต่ทุกข์จากน้ำท่วม จะน้อยกว่าทุกข์จากขยะ และโรคระบาดแน่นอน โดยพื้นที่ที่เคยผ่านน้ำท่วมหนัก ขยะจะมากขึ้น 20-50 เท่า เกินกำลังที่ท้องถิ่นจะจัดเก็บได้เสร็จใน 1 เดือน แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่ได้มีเวลาถึง 1 เดือน แต่มีเวลาเพียง 7 วันเท่านั้น!!! นั่นก็เพราะวงจรชีวิตของแมลงวันมีเพียงแค่ 7 วัน โดยแมลงวันจะโตเต็มที่ใน 8-10 วัน ถ้าเก็บขยะไม่เสร็จใน 7 วันกองทัพแมลงวันจะออกถล่มเมือง ทีนี้โรคอหิวาห์ และโรคอื่น ๆ จะยิ่งระบาดหนัก

          ย้อนกลับไปเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปลายปีก่อน เทศบาลหาดใหญ่ได้เร่งจัดการเรื่องขยะเป็นอันดับแรก โดยกำหนดจุดทิ้งขยะ ไม่ทิ้งหน้าบ้าน ทุกคนช่วยแยกขยะ จัดการขยะอินทรีย์ก่อน ระดมกำลังจากเทศบาล อบต. อื่นมาช่วย จึงแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ หาดใหญ่จึงไม่กลายเป็นเมืองขยะ และไม่กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค เพราะทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่

          ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังน้ำลดแล้ว ทุกพื้นที่ต้องเร่งจัดการขยะทันที โดยมีเวลาเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น ไม่เช่นนั้นกรุงเทพฯ อาจจะกลายเป็นเมืองขยะ ดังที่ ทพ.กฤษดา ทวิตไว้ว่า "กรุงเทพฯ เน่าแน่นอน และสิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางทำได้สำเร็จ หากทุกคนไม่ร่วมมือกันอย่างจริงจัง"


กำจัดขยะ



แล้วเราจะจัดการขยะหลังน้ำท่วมอย่างไรดี??

          อาจจะเป็นคำถามที่ตอบยากในช่วงเวลาที่ขยะล้นเมืองเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดี เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ และการกำจัดขยะ สิ่งที่แต่ละบ้านต้องทำก็คือ ช่วยกันคัดแยกขยะแต่ละประเภทออกจากกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งโดยปกตินั้น ขยะจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

          1.ขยะย่อยสลาย หรือ มูลฝอยย่อยสลาย คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยได้ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น ขยะประเภทนี้มีมากที่สุดถึงกว่า 46%

          2.ขยะรีไซเคิล หรือ มูลฝอยที่ยังใช้ได้ คือ ของเสียบรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุเหลือใช้ที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น แก้ว กระดาษ กระป๋องเครื่องดื่ม เศษพลาสติก เศษโลหะ อลูมิเนียม ยางรถยนต์ กล่องเครื่องดื่มแบบ UHT เป็นต้น ขยะประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีถึง 42%

          3.ขยะทั่วไป หรือ มูลฝอยทั่วไป คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่ อยสลายยาก และไม่คุ้มค่าสำหรับการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมเปื้อนอาหาร ฟอยล์เปื้อนอาหาร ซองหรือถุงพลาสติกสำหรับบรรจุเครื่องอุปโภคด้วยวิธีรีดความร้อน เป็นต้น ขยะประเภทนี้จะมีประมาณ 9%

          4.ขยะอันตราย หรือมูลฝอยอันตราย คือ มูลฝอยที่ปนเปื้อน อาจเป็นวัตถุที่ระเบิดได้ วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษ รวมทั้งวัตถุอื่น ๆ ที่ี่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรืออาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์ เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย หรือแบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ภาชนะที่ใช้บรรจุสารกำจัดแมลงหรือวัชพืช กระป๋องสเปรย์บรรจุสี หรือสารเคมี เป็นต้น ซึ่งขยะเหล่านี้ต้องแยกทิ้งให้เรียบร้อย ขยะประเภทนี้จะมีประมาณ 3%

          ในความเป็นจริงแล้ว การคัดแยกขยะและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้เรามีรายได้เสริมจากการนำขยะรีไซเคิลไปแปรรูป หรือไปขายแล้ว ยังสามารถกำจัดปัญหาขยะล้นเมือง รวมทั้งกลิ่นเน่าเหม็น และสัตว์ร้ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากกองขยะนำพาโรคระบาดมาสู่เราด้วย แต่ถึงตอนนี้ หลายอาจจะบอกว่าคงทำอะไรไม่ได้มากแล้ว เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านไปได้ทิ้งกองขยะไว้จำนวนมหาศาล แต่ในความเป็นจริง เรายังพอมีเวลาที่จะช่วยกันจัดการเศษขยะที่ทิ้งไว้ตามบ้านเรือน ตามซอกซอย และถนนหนทางต่าง ๆ

          ดังนั้นแล้ว รีบลงมือแยกขยะกันเสียแต่ตอนนี้ เพื่อป้องกันโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น เพราะไม่แน่ว่า "โรคระบาด" อาจจะกลายเป็นวิกฤติที่เลวร้ายต่อไปในอนาคตโดยที่เราคาดไม่ถึง หากทุกคนไม่ช่วยกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้!!!


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
- pcd.go.th
- @kunkris
- sichon.wu.ac.th









คิดอย่างไรกับกระทู้นี้ แชร์ความเห็นของคุณกันเลย