กทม.เอาจริง! แจ้งจับ เสงี่ยม บุกรุกประตูระบายน้ำ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยพีบีเอส


              กทม. แจ้งจับ เสงี่ยม โทษฐานบุกรุก ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ด้านโฆษก ลั่นไม่ได้รังแกประชาชน และจำเป็นต้องแจ้งจับ เพราะถ้าไม่จับถือว่าทำผิดกฎหมาย
 
              จากกรณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแกนนำกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาชุมนุมกดดันเจ้าหน้าที่รวมทั้งบุกเปิดประตูระบายน้ำของกทม. เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 28 พ.ย. เวลา 18.00 น. โดยวันนี้ (2 ธันวาคม) นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม.ได้กล่าวถึงความคืบหน้าเอาผิด พ.ต.ต.เสงี่ยม  ในข้อหาบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)

              โดย พ.ต.ต.เสงี่ยม  ได้เข้าไปในพื้นที่ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ซึ่งเป็นบริเวณห้ามเข้า  ถือว่า การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวนั้น เป็นการเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ของ กทม. เป็นเหตุให้ ทาง กทม.ได้รับความเสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคำร้อง และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

              นอกจากนี้  พ.ต.ต.เสงี่ยม ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม ได้กล่าวหาว่า กทม. ขัดคำสั่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และใช้เป็นข้ออ้างในการนำม็อบมุกเข้าไปเปิดประตูระบายน้ำของ กทม. ทั้งนี้ทาง กทม. จึงจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม เนื่องจาก กทม. เป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบดูแลทรัพย์สินของราชการ และถ้าหากไม่ฟ้อง พ.ต.ต.เสงี่ยม  ก็ถือว่า เป็นการละเลยอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้

              ทั้งนี้ นายวสันต์ ยังกล่าวอีกว่า การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำก็ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม.ตามกฎหมาย ผู้ใดที่ไม่เกี่ยวข้องจะละเมิดมิได้ จึงอยากให้ประชาชนชาวบ้านเข้าใจด้วยว่า การฟ้องของ กทม. ในครั้งนี้มีเหตุผล ไม่ใช่การคุกคามหรืออยากรังแกชาวบ้านที่มาชุมนุมแต่อย่างใด  ส่วนความล้มเหลวของ ศปภ.ในวันนี้ คือ การนำเรื่องการเมือง เข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  ซึ่งการที่มีคนให้ข้อมูลที่ผิดพลาดทำให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจผิดพลาดเช่นกัน



[1 ธันวาคม] เสงี่ยม ไม่สนผู้ว่าฯ บุกเปิดประตูน้ำลำหม้อแตก 2 เมตร




 สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม

           พ.ต.ต.เสงี่ยม พามวลชนบุกเปิดประตูระบายน้ำลำหม้อแตก 2 เมตร ระบุช่วยระบายน้ำสายไหม-ลำลูกกา หลังจี้เปิดพระยาสุเรนทร์เป็น 1.50 เมตร ไม่สำเร็จ

           เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ว่า พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ในฐานะ แกนนำชาวบ้าน ย่านลำลูกกา พร้อมกับมวลชน ประมาณ 20 - 30 คน ได้เดินทางมาบริเวณประตูระบายน้ำแห่งนี้ เพื่อสังเกตการณ์ พร้อมระบุว่า กทม.จะต้องเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ขึ้นในระดับ 1.50 เมตร ให้ได้ เนื่องจากเป็นความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ก็พบว่าการเปิดประตูระบายน้ำในระดับ 1.30 เมตรนั้น ก็ช่วยให้ระดับน้ำในพื้นที่ลำลูกกาลดลง แต่ไม่ทราบว่าในระดับเท่าไหร่ เนื่องจากตนไม่ใช่นักวิชาการ

           ต่อมา เจ้าหน้าที่ควบคุมประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ก็ได้ทำการยกบานประตูระบายน้ำขึ้นอีก 10 ซม. อยู่ในระดับ 1.40 ซ.ม. ซึ่งก็ทำให้ พ.ต.ต.เสงี่ยม เกิดความไม่พอใจ และขอขึ้นไปตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อนุญาต และระบุเพียงว่าได้รับคำสั่งมาจากผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 100 นาย ยังคงตรึงกำลังเข้ม ดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณนี้อยู่ตลอดเวลา

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า เปิดที่ระดับ 1.40 เมตร ตามระบบขั้นบันได และนอกจากนี้ได้มอบหมายให้ข้าราชการฝ่ายประจำ กทม. ไปดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มมวลชนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

           อย่างไรก็ตาม ต่อมามีรายงานว่า พ.ต.ต.เสงี่ยม ได้พามวลชนบุกเปิดประตูระบายน้ำลำหม้อแตก ซึ่งรับน้ำมาจากคลองหกวา บนถนนสายไหมแทน โดยเพิ่มจาก 0.50 เมตร เป็น 2 เมตร โดยอ้างว่าเพื่อบรรเทาน้ำท่วมย่านสายไหม และลำลูกกา แต่มีรายงานว่าน้ำได้ทะลักท่วมย่านสุขาภิบาล 5







[30 พฤศจิกายน] ประชา รุดเคลียร์ เสงี่ยม ยันเปิดประตูน้ำสิทธิ์ของ กทม.


 

 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยพีบีเอส


          พ.ต.ต.เสงี่ยม สั่งลดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ เหลือ 97 ซม. ช่วยชาวสายไหม ช่วงสายเปิดเป็น 1.50 ม. อีกครั้ง ย้ำไม่สนใจ ผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ประชารุดเคลียร์ ยันไม่นิ่งนอนใจ

          สถานการณ์ที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายน ได้ถูกปรับลดระดับความสูงลงมาอยู่ที่ 97 ซม. จึงทำให้ระดับน้ำด้านเหนือประตูระบายน้ำอยู่ที่ 1.95 ม. ลดลงจากเมื่อวาน 3 ซม. ขณะที่ระดับน้ำด้านท้ายประตูอยู่ที่ 1.75 ซม. ลดลง จากเมื่อวานนี้ 3 ซม. เช่นกัน ซึ่งระดับน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ยังคงต่างกันอยู่ที่ 20 ซม.

          ทั้งนี้ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำชาวบ้านย่านลำลูกกา ได้เปิดเผยว่า ตนเองเป็นผู้ลดระดับบานประตูน้ำลงมาในเวลาตี 02.00 น.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเห็นใจชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ด้านใต้ถัดจากประตูระบายน้ำ อาทิ สายไหม และ สุขาภิบาล 5 โดยในช่วงสายจะกลับมาเปิดประตูระบายน้ำที่ระดับ 1.50 ม. อีกครั้ง พร้อมทั้งย้ำว่า หลังจากนี้ตนจะเป็นผู้กำหนดระดับการเปิดประตูระบายน้ำด้วยตนเอง เนื่องจากเห็นว่า กทม. มีความล้มเหลวในการระบายน้ำ โดยกล่าวว่า ตนเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงา

          นอกจากนี้ พ.ต.ต.เสงี่ยม ยังกล่าวอีกว่า จากนี้ไปจะไม่ยอมเจรจาทั้งศปภ. และกทม. เนื่องจากเห็นว่าตนมีวุฒิภาวะมากกว่า รวมถึงจะเดินทางออกไปสำรวจประตูระบายน้ำในจุดต่าง ๆ ว่าหากประเมินแล้ว ไม่มีผลกระทบ ก็อาจจะทำการเปิดเพิ่ม


ประชา พรหมนอก


          ขณะที่ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา ได้กล่าวแสดงความเห็นใจในความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ด้านเหนือและได้ประตูระบายน้ำทั้งฝั่ง พร้อมยืนยันว่า ศปภ. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเปิดและปิดประตูระบายน้ำก็อยู่ในอำนาจการตัดสินใจ ของ กทม. ซึ่งในขณะนี้ ตนก็พยายามพูดคุยกับผู้ว่าราชการกรุงเทพหมานคร โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ของ กทม. ได้เดินทางไปให้ข้อมูลกับ ศปภ. แล้ว

          นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประชา ได้กล่าวให้ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ซึ่งเป็นแกนนำชาวบ้านให้มีความใจเย็น และใช้เหตุผลในการเจรจา ขณะที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม ได้กล่าว กับ พล.ต.อ.ประชา ว่า ยินดีที่จะพูดคุยกับ ศปภ. แต่ก็ปฏิเสธที่จะพูดคุยกับ กทม. ในทุกกรณีพร้อมยืนยันว่า ตนจะเป็นผู้กำหนดการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ด้วยตนเอง โดยหลังจากนี้ ก็จะดำเนินการยกขั้นที่ระดับ 1.50 เมตร


ชาวลำลูกกาชุมนุม ขอเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ 3 วัน





          ชาวดอนเมืองชุมนุมขอปิดแบร์ริเออร์ เหตุน้ำไหลท่วมชุมชน ด้านชาวลำลูกกาขออย่าลดการเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ชีขอเปิดกว้างแค่ 3 วัน

          วานนี้ (29 พฤศจิกายน) มีรายงานว่า ชาวบ้านแขวงสนามบิน เขตดอนเมือง ได้รวมตัวกันที่หน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อขอให้ปิดแบร์ริเออร์บริเวณเกาะกลางถนนวิภาวดี 2 จุด หรือย้ายแบร์ริเออร์ไปทางสนามบิยดอนเมืองอีก 100 เมตร สาเหตุเนื่องมาจากน้ำในถนนวิภาวดีขาเข้าได้ไหลท่วมชุมชนฝั่งวิภาวดีขาออก ส่งผลให้น้ำท่วมขังในชุมชนสูงขึ้น จาก 70 ซม. เป็น 90 ซม. ซึ่งหากทำเช่นนั้นแล้ว จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ นอกจากนี้ชาวบ้านยังเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งสูบน้ำออกจากชุมชนอีกด้วย

          ส่วนทางด้านชาวบ้านที่อำเภอลำลูกกา จ. ปทุมธานีนั้น ได้ขอให้กรุงเทพมหานครไม่ให้ลดการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ จาก 1.50 เมตร เป็น 1 เมตร เพราะการเปิดประตูระบายน้ำที่กว้างขึ้นนั้น ทำให้น้ำที่ท่วมขังมากกว่า 2 เดือนลดระดับลง จากระดับต้นขาเหลือแค่ระดับเข่า ทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนสายไหมมากนัก โดยทางชาวบ้านขอให้เปิดแค่ 3 วันเท่านั้น

          ส่วนชาวบ้านฝั่งสายไหมได้แสดงความเห็นใจชาวบ้านลำลูกกา แต่เห็นว่า ควรเจรจาเรื่องการเปิดประตูระบายน้ำผ่านคนกลาง ซึ่งในขณะนี้ ระดับน้ำใต้ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้พื้นที่เขตสายไหม บางเขน คันนายาว คลองสามวา จะได้รับผลกระทบต่อไป



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





[29 พฤศจิกายน] เสงี่ยม อัด สุขุมพันธุ์ ผิดสัญญา จึงเปิดประตูระบายน้ำ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          พ.ต.ต.เสงี่ยม ชี้เปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ทำในหน้าที่ประชาชน ในฐานะที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้ทำตามคำสั่งยิ่งลักษณ์-ประชา อัด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ต่างหากที่ผิดสัญญา บอกจะเปิดประตูระบายน้ำ แต่ก็ไม่เปิด

          จากกรณีที่ กทม.ยื่นเรื่องถึง ศปภ. ให้ดำเนินการกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ หลังพาชาวบ้านไปเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ถึง 2 ครั้ง โดยระบุว่าการกระทำของ พ.ต.ต.เสงี่ยม เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. นั้น

          ล่าสุดวันนี้ (29 พฤศจิกายน) ออกมากล่าวตอบโต้ทันที โดยระบุว่าการที่ กทม.กล่าวหาแบบนี้ เหมือนกับตนเองใช้อำนาจรัฐในการเปิดประตูระบายน้ำในทางมิชอบ ซึ่งความจริงแล้วทำไปในฐานะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งลอย ๆ ไม่ได้มีอำนาจอะไร อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นก็มาจากสาเหตุที่ผู้ว่าฯกทม.ไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ 1 เมตร ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมตรีได้สั่งด้วยวาจาไปแล้ว

          พ.ต.ต.เสงี่ยม ระบุอีกว่า ทำให้ชาวลำลูกกากว่า 4,000 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมสูงมานาน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.ประชา ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา ได้โทรศัพท์ไปยังผู้ว่าฯกทม. ซึ่งผู้ว่าฯกทม. ก็รับปากว่าจะเปิดให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ตนขอบทสนทนาดังกล่าว ไปบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม และก็นำคนไปเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ดังกล่าว ทั้งนี้ หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เห็นว่าตนทำผิด ก็สามารถฟ้องได้เลย ตนจะยอมมอบตัว ส่วนชาวบ้านที่เสียหายก็สามารถนำการลงบันทึกประจำวันที่ตนลงไว้ ไปฟ้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เช่นเดียวกัน

          ขณะเดียวกัน น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.สายไหม แสดงความมั่นใจว่าการชุมนุมของกลุ่มที่มาเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ มีนักการเมืองหนุนหลัง จึงขอร้องให้ชาวสายไหมหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้า เกรงจะได้รับอันตราย 


กทม.จี้ ศปภ. เอาผิด เสงี่ยม พาคนเปิดประตูระบายน้ำ


           กทม.จี้ ศปภ.ดำเนินการกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม นำชาวบ้านเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์เป็นครั้งที่ 2 หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย

           เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 พฤศจิกายน) ได้มีชาวบ้านลำลูกการวมตัวกันจะไปเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ เป็น 1.5 เมตรอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ทาง กทม.สั่งให้หรี่ประตูลงเหลือเพียง 1 เมตร โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ เนื่องจากเกรงว่า น้ำจะทะลักเข้าสู่เขตสายไหมมากขึ้น

           ทั้งนี้ โฆษก กทม.ยังกล่าวต่อว่า ผู้ที่นำชาวบ้านไปเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าว คือ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่นำชาวบ้านไปเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์เป็น 1.5 เมตร เมื่อคืนวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงเชื่อได้ว่า การกระทำของ พ.ต.ต.เสงี่ยม น่าจะมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งเรื่องที่มีการอ้างหนังสือขอความร่วมมือมาแอบอ้างว่า เป็นคำสั่งให้ยกบานประตูระบายน้ำขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เข้าใจกันดี และก่อนหน้านี้น้ำสูงกว่านี้ก็ไม่มีปัญหา แต่พอระดับน้ำลดลง กลับมีปัญหา 2 วันต่อเนื่อง

           นายวสันต์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไป ทาง กทม.จะมีมาตรการในการควบคุมบาน ประตูน้ำที่อยู่ในเขต กทม. พร้อมกับยื่นเรื่องถึง ศปภ. ให้ดำเนินการต่อ พ.ต.ต.เสงี่ยม ซึ่งเป็นคนของ ศปภ. และได้เข้ามานำมวลชนเปิดประตูระบายน้ำ 2 ครั้งติดต่อกัน โดยระบุว่า หาก ศปภ.ไม่ดำเนินการกับคนของตัวเอง อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบกฎหมู่ และเป็นพฤติกรรมที่อยู่เหนือกฎหมาย หากเกิดความไม่พอใจขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องขอความชัดเจน จากรัฐบาล ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ และเรียกร้องไปยังทุกฝ่าย ไม่อยากให้เอาเกมการเมือง หรือสีเสื้อเข้ามาเกี่ยวข้อง ในเรื่องของการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กับกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่แอบอ้างคำสั่งเปิดประตูระบายน้ำต่อไป

           อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเปิดประตูระบายน้ำพระยา สุเรนทร์เป็น 1.5 เมตร ตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในเขตสายไหม และถนนสุขาภิบาล เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 5-10 เซนติเมตร ขณะเดียวกันการเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเขตคลองสามวา มีนบุรี และบางเขนได้

          ขณะที่ชาวบ้านในย่านลำลูกกายังคงรวมตัวกันที่บริเวณสะพานด้านหน้าประตูระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีแกนนำใช้เครื่องขยายเสียงปลุกระดมอยู่บนรถกระบะ ส่วนชาวบ้านในเขตสายไหมก็ออกมารวมตัวกันที่ด้านใต้ประตูระบายน้ำ เพื่อรอดูสถานการณ์ ทั้งนี้ ได้มีชาวบ้าน 2 คน ตะโกนต่อว่า พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่นำชาวบ้านลำลูกกาเปิดประตูระบายน้ำ เพราะจะทำให้สถานการณ์น้ำในเขตสายไหมหนักกว่าเดิม ก่อนที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ จะเข้าไปเจรจากับชาวบ้าน และแยกย้ายกันออกไป

          ทั้งนี้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งได้เดินทางมาในพื้นที่แล้ว ระบุว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. จะเดินทางมาเจรจากับชาวบ้านด้วย เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก