กรมวิทย์ฯ แจกคู่มือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม


ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          คนไทยเริ่มยิ้มออกแล้ว เพราะสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ก็ได้เวลาที่ผู้ประสบภัยทั้งหลายจะกลับเข้าไปลงมือทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ หลังจากบ้านสุดที่รักถูกน้ำท่วมขังนานนับเดือน แต่บางคนอาจจะยังมึน ๆ ไม่รู้จะเริ่มจัดการอะไรก่อน-หลังดี เพราะบ้านเอย เฟอร์นิเจอร์เอย เครื่องใช้ไฟฟ้าเอย เสียหายกันหมด แถมบางจุดยังมีราขึ้นไม่ชวนมองอีกต่างหาก

          วันนี้กระปุกดอทคอม จึงหยิบเอาคำแนะนำในการทำความสะอาดบ้านให้ปลอดจากเชื้อราจาก นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งออกเป็นคู่มือ "กำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม" มาฝากผู้ประสบภัยทุก ๆ คน ขอบอกว่า คู่มือเล่มนี้มีประโยชน์มาก ๆ เลย

          โดยการทำความสะอาดบ้าน และกำจัดเชื้อราในบ้านหลังน้ำลดนั้น ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน คือ


งานบ้าน


ขั้นที่ 1 เตรียมตัวให้พร้อม

          นั่นก็คือการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด แขนยาว ขายาว รองเท้าบูทยาง ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกให้เรียบร้อย พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดทั้งหลาย เช่น แปรงขัดพื้น ถุงขยะ ถังน้ำ หนังสือพิมพ์ ไฟฉาย ไม้ถูพื้น ไม้กวาด แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค 70% น้ำยาทำความสะอาด ผงฟู น้ำยาล้างจาน ฯลฯ


ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด

ขั้นที่ 2 ก่อนลงมือ

สิ่งที่ต้องทำก่อนจะเริ่มลงมือทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก็คือ

          ตรวจสอบการรั่วของกระแสไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้ารั่ว หากไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาช่างไฟฟ้า

          เปิดหน้าต่าง ประตู บานเกล็ดทิ้งไว้ เพื่อระบายอากาศ และให้ลมพัดพาเอาความชื้นออกไป

          สำรวจสภาพนอกบ้าน โดยการบันทึกหรือถ่ายรูปความเสียหายไว้ เพื่อช่วยจำในการซ่อมแซม ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้าน เช่น รั้วบ้าน เสาบ้าน และเก็บขยะแยกประเภทแล้วนำไปรวบรวมไว้ในจุดเดียวกัน

          สำรวจสภาพภายในบ้าน โดยการบันทึกหรือถ่ายรูปความเสียหายไว้เช่นกัน พร้อมกับตรวจสอบความแข็งแรงของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เพดาน ประตู หน้าต่าง จากนั้นย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกมาด้านนอก ถอดผ้าม่าน รื้อพรมออก (หากน้ำท่วมเข้าบ้าน) หากพบสิ่งใดมีเชื้อราต้องทิ้งทันที อย่าสัมผัสเชื้อราเด็ดขาด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เก็บขยะรวบรวมออกไปวางไว้นอกบ้าน





ขั้นที่ 3 ลงมือกันดีกว่า

          เริ่มทำความสะอาดภายนอกบ้าน-ในบ้าน หน้าต่าง ประตู โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ หรือน้ำยาล้างจาน แล้วฉีดน้ำล้างออก ทิ้งให้แห้ง หากพบเชื้อรา ห้ามฉีดน้ำ ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาซักผ้าขาวที่ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิลิตร) ต่อน้ำประมาณ 3.8 ลิตร เช็ดคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำ

          หากบ้านใครเป็นพื้นไม้ ให้เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาทำความสะอาด ขัดตะไคร่ออกให้หมด ถ้าพบว่าพื้นไม้ร่อนให้รื้อออก แล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาด หากพบเชื้อรา ให้ใช้ผงฟูละลายน้ำเช็ด หรือแอลกอฮอล์เช็ดคราบเชื้อราออก

          ส่วนพื้นกระเบื้องก็ทำความสะอาดด้วยวิธีเดียวกันกับพื้นไม้ แต่หากพบเชื้อรา ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาซักผ้าขาวที่ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ถ้วย (300 มิลลิตร) ต่อน้ำประมาณ 3.8 ลิตร เช็ดคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 15 - 30 นาที แล้วจึงเช็ดออกด้วยน้ำ

          สำหรับเฟอร์นิเจอร์นั้น หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบ ให้ทำความสะอาด และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดน้ำได้ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หากพบเชื้อราให้ตัดใจทิ้ง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ พลาสติก หรือหนัง สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ เช็ดได้ และล้างออก ก่อนนำไปผึ่งลมให้แห้ง ห้ามตากแดด เพราะอาจจะทำให้ไม้หรือพลาสติก เปลี่ยนรูปร่างได้ และหากพบเชื้อรา ให้ใช้ผงฟูละลายน้ำเช็ด หรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดคราบเชื้อราออก นำไปผึ่งให้แห้ง ห้ามตากแดด


บ้าน


ขั้นที่ 4 ปล่อยให้แห้ง

          โดยต้องพยายามระบายอากาศออกให้ได้มากที่สุด อาจใช้อุปกรณ์ช่วยเพิ่ม เช่น พัดลม เครื่องเป่าลมร้อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 1 - 3 วัน เมื่อมั่นใจว่าบ้านแห้งแล้ว ให้ลองทดสอบ โดยใช้พลาสติกขนาด 1 เมตร X 1 เมตร ปิดทับบนพื้น แล้วใช้เทปปิดโดยรอบ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากยังมีละอองน้ำเกาะที่พลาสติกด้านใน ให้เปิดระบายอากาศ อาจใช้พัดลมช่วย และทำการทดสอบซ้ำ จนกระทั่งไม่มีละอองน้ำเกาะที่พลาสติกด้านใน

          อย่างไรก็ตาม กรมวิทย์ฯ ยังได้แนะนำว่ามี 3 สิ่งที่ไม่ควรทำในการทำความสะอาดบ้าน คือ

          1.ห้ามใช้น้ำยาซักผ้าขาว ผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดที่เป็นกรด หรือด่าง เพราะทำให้เกิดไอที่เป็นอันตรายได้

          2.ห้ามนำทรายที่ใช้แล้วในการกั้นน้ำท่วม มาใช้ในสนามเด็กเล่น

          3.ห้ามทำความสะอาดโดยไม่สวมถุงมือ รองเท้าบูทยาง และหน้ากาก

          เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย บ้านแห้งสนิท ก็พร้อมกลับเข้าบ้านได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ เย้ เย้


           สำหรับใครที่ต้องการคู่มือดี ๆ เล่มนี้ ก็สามารถดาวน์โหลด "คู่มือกำจัดเชื้อในบ้าน...หลังน้ำท่วม" ได้ที่นี่เลยค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์