ภาพประกอบโดย Wutthichai/Shutterstock.com
กบอ. เผย 7 กลุ่มบริษัท เข้าชิงบริหารน้ำ 3.24 แสนล้าน บอกทางรัฐขอบริหารเอง 2.6 หมื่นล้านบาท ลั่นให้เวลา 2 เดือน สร้างกรอบแนวคิด คาดเริ่มโครงการ 31 มกราคม 2556 วันนี้ (21 กันยายน) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ประกาศรายชื่อกลุ่มบริษัท 7 กลุ่ม ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้่องต้นในโครงการออกแบบสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งโครงการดังกล่าว รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ ในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยแบ่งแพ็กเกจออกเป็น เอ และบี ดังนี้
แพ็กเกจ เอ : บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ การจัดผังการใช้พื้นที่ การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทาน การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก การก่อสร้างฟลัดเวย์หรือทางน้ำหลาก และการทำคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และระบบเตือนภัย
แพ็กเกจ บี : บริเวณลุ่มน้ำอื่น ๆ คือ การสร้างอ่างเก็บน้ำ การจัดผังการใช้พื้นที่ การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และการทำคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และระบบเตือนภัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับงบดังกล่าว ทางรัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและบริหารจัดการเงินจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท จึงเหลือวงเงินทั้งสิ้น 3.24 แสนล้านบาท
ทางด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษก กบอ. กล่าวว่า ได้พิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำ โดยมีกลุ่มบริษัทที่ผ่านการพิจารณา 7 กลุ่มบริษัท จากทั้งหมด 34 กลุ่มบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทที่ผ่านการพิจารณานั้น มีผลงานและประสบการณ์อย่างมากมาย ซึ่งการพิจารณาก็เป็นไปตามเกณฑ์ ตามเงื่อนไข ที่โปร่งใส ส่วนกลุ่มบริษัทใดที่ไม่ผ่านการพิจารณาและข้องใจ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ทั้งนี้ ส่วนใหญ่บริษัทที่ไม่ผ่าน เป็นเพราะขาดเอกสารและผลงานที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
สำหรับรายชื่อ 7 กลุ่มบริษัท ที่ผ่านเข้ารอบโครงการออกแบบสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย มีดังต่อไปนี้....
1. บริษัท วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (K Water) ประเทศเกาหลี ยื่นเสนอทั้ง 2 แพ็กเกจ มีผลงานรวม 6.82 แสนล้านบาท
2. ITD-POWERCHINA JV ประกอบด้วย 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า, บริษัท ไชน่า เก๋อโจวบ๋า กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล วอเตอร์ แอนด์ พาวเวอร์ คอร์เปอเรชั่น และ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด ยื่นเสนอทั้ง 2 แพ็กเกจ มีผลงานรวม 3.95 แสนล้านบาท
3. กิจการร่วมค้า ซัมมิท เอสยูที ประกอบด้วย 3 บริษัท ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์, บริษัท เอส.เค.วาย คอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัท ยูเนี่ยน อินฟาร์เทค จำกัด ยื่นเสนอแพ็กเกจ เอ ใน 3 งานหลัก คือ การสร้างอ่างเก็บน้ำ การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และการจัดทำคลังข้อมูล ส่วนแพ็กเกจ บี เสนอทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้มีผลงานรวม 2.05 หมื่นล้านบาท
4. กิจการร่วมค้า ทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วย 8 บริษัท ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท ช.การช่าง (ลาว) จำกัด, บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ช.ทวีก่อสร้าง จำกัด , บริษัท เสริมสงวนก่อสร้าง จำกัด, บริษัท ทิพากร จำกัด และ บริษัท โรจน์สินก่อสร้าง จำกัด ยื่นทั้ง 2 แพ็กเกจ มีผลงานรวม 6.71 หมื่นล้านบาท
5. China CAMC Engineering Co.Ltd. ยื่นเฉพาะทำฟลัดเวย์ มีผลงานรวม 1.97 หมื่นล้านบาท
6. กิจการร่วมค้า ญี่ปุ่น-ไทย ประกอบด้วย 11 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีทีไอ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท โอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ไทเซอิ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท คาจิมา คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ชิมิซี คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ซีทีไอ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ซันยู คอนซัลแตนท์ส อินคอร์ปอเรชั่น, บริษัท แปซิฟิค คอนซัลแตนท์ส จำกัด, บริษัท ยาชิโย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, องค์กรบริหารน้ำประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ยื่นทั้ง 2 แพ็กเกจ มีผลงานรวม 1.14 ล้านล้านบาท
7. Consortium TKC Blobal ประกอบด้วย 16 บริษัท ได้แก่ Pyunghwa Engineering Consultants Co.Ltd., Dongho Co.Ltd. ,Soosung Engineering Co.Ltd., Sunjin Engineering&Architecture Co.Ltd., Hyundai Architects&Engineers Assoctates Co.Ltd., Woongjin Caway Co.Ltd., Thai Engineering Consultants Co.Ltd., Roge and Associates Co.Ltd., Professional Project Management Co.Ltd., Lotus Park Corporation Co.Ltd., King Mongkut Institute of Technology Ladkrabang King Mongkut Institute of Technology Thonburi และ CM Grand Development Co.Ltd. ยื่นทั้ง 2 แพ็กเกจ มีผลงานรวม 4.33 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางกลุ่มบริษัทที่ผ่านการพิจารณาก็จะต้องเข้ามารับฟังเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบในวันที่ 24 กันยายนนี้ และกำหนดให้ยื่นกรอบแนวคิดภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 และจะประกาศผลการพิจารณาในวันที่ 31 มกราคม 2556 ซึ่งตนคิดว่าระยะเวลาภายใน 2 เดือนนั้น ทางกลุ่มบริษัทจะสามารถดำเนินงานได้ทัน เพราะขณะนี้ทราบมาว่ามีหลายบริษัทได้ออกแบบล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว
ส่วนกลุ่มที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ นายชัชชาติ กล่าวว่า ก็สามารถเข้าร่วมงานได้ แต่ต้องยื่นข้อเสนอคือ ต้องมีผลงานไม่น้อยกว่า 10% ของกรอบวงเงินแต่ละโมดูล และโครงการต้องการมูลค่าไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท ส่วนหลักในการพิจารณานั้น จะคัดเลือกผู้เสนอกรอบแนวคิดที่ดีที่สุด 3 ราย ในแต่ละโมดูล หลังจากนั้น จะมีการพิจารณาคัดเลือกขั้นสุดท้าย ตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้อีกที
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
suthichaiyoon.com