อ.ศศิน ออกโรงวิเคราะห์ น้ำฝนน่ากลัวกว่าน้ำเหนือ


ศศิน เฉลิมลาภ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Sasin Chalermlarp

          อ.ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เผยน้ำฝนน่าเป็นห่วงกว่าน้ำเหนือ

          หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำเหนือทะลักเข้าท่วมหลายจังหวัดในประเทศไทย จนเป็นที่กังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2555 ขึ้นในพื้นที่ทางน้ำผ่านอีกนั้น อ.ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผู้มีบทบาทในการวิเคราะห์และหาทางรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ได้ออกโรงโพสต์เฟซบุ๊กถึงความเป็นกังวลในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งมีภาพประกอบไว้ดังนี้



          "รายการที่ผมออกทีวีกับ ดร.เสรี เมื่อคืนเราคุยตรงกันว่าน้ำปีนี้เป็นปีที่ไม่น่ามีอะไรมาก ยกเว้นถ้าร่องฝนมันลอยอยู่เหนือกรุงเทพฯ นาน ๆ ทำให้ปริมาณฝนมันเข้าสู่รูปแบบที่เคยท่วมเมื่อปี 38 หรือ ปี 26 และทำให้น้ำท่วมเมืองได้ ในหลาย ๆ กรณี โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีน้ำเหนือมามาก ที่น่าสนใจคือหากดูเดือนไทย เราจะเห็นว่าวันนี้เพิ่งขึ้น 6 ค่ำเดือนสิบเองครับ เดือนสิบโบราณว่าน้ำมันมา แล้วน้ำท่วมเดือนสิบเอ็ด ยาวไปถึงเดือนสิบสอง ดังนั้นฟ้าฝนมันก็พ้องกับช่วงที่ว่า คือมันอาจจะยาว ๆ ไปทั้งเดือนตุลาคม ต่อพฤศจิกายน ก็ได้ ที่ต้องระวัง โลกเรามันเปลี่ยนสภาพจากเรือนกระจก ไปมาก อะไร ๆ ก็เผื่อไว้ครับ ไม่มีใครรู้อะไรเป๊ะ ๆ กันแล้ว"



          "คราวนี้ลองดูเดือนไทย ๆ ต่อไปถึงลอยกระทงนะครับ ปีนี้ ลอยกระทงปลายเดือน (ปีที่แล้วต้นเดือน) ดังนั้น วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง ถึงปลายเดือนพฤศจิกายนนะครับ พี่น้อง ดังนั้นปีนี้ ก็อาจจะเป็นปีที่ไม่ต้องลุ้นน้ำเหนือมาก แต่ลุ้นน้ำฝนเหนือกรุงเทพฯ นี่แหละครับ ลุ้นยาว ๆ เป็นเดือนด้วยครับ"



          "ขอเติมอีกรูปครับ ที่อธิบายไปว่าทางตะวันออกเสี่ยงสูงนั้นมาจากน้ำเหนือที่ท่วมสุโขทัย เขาวางแผนระบายออกทางนี้เหนืออยุธยา ส่วนฝั่งตะวันตกแถบเล็กที่อ้อมคลองรังสิตปทุมลงมานั่นคือกรณีเขื่อนป่าสักเต็ม ซึ่งตอนนี้เริ่มมีฝนขยับไปหาแล้ว แต่เรื่องมาสรุปอยู่ที่แนวกลางที่ก่อนนี้ผมก็คิดว่าไม่มีอะไร ตอนนี้มีปัจจัยเปลี่ยนแปลงที่อาจจะมีฝนหนักตกใต้แนวผันน้ำทั้งสองแนว เติมเป็นแนวน้ำท่วมที่ไม่คาดฝันครับ แต่ระดับความเสี่ยงก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ใช่รีบตกใจ แต่เตรียมตัวไว้ครับ ไม่น่าจะถึงขั้นปีที่แล้วแต่ก็พอมีเรื่องให้แก้ไขสถานการณ์กันครับ ทั้งนี้ขึ้นกับการสูบน้ำระบายน้ำของพื้นที่ต่าง ๆ และการประสานงานการระบายน้ำลงฟลัดเวย์ คลองหก เจ็ด แปด ลงคลองต่าง ๆ ในเขตคลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง และระบายน้ำผ่านคลองลงสมุทรปราการครับ ถ้าประสานกันดีก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าเหมือนปีที่แล้วก็ยุ่ง"



          "ที่บอกมาคือการเฝ้าระวังนะครับ ไม่ใช่ให้ตกอกตกใจ เราระวังป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย หน้าฝนฝนตกก็ดีแล้วครับ แต่ต้องระวังที่คาดการณ์ในกรณีหนึ่งมันอาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ ก็ได้ทำให้เกิดผลไปอีกแบบ ดังเช่นความเสี่ยงสูงของทางน้ำที่จะผันไปตะวันตก (น้ำเหนือก้อนปัจจุบันที่ลงมาจากสุโขทัย) และ ตะวันออก (น้ำที่อาจจะเพิ่มจากป่าสัก ในอนาคต) ไอ้แนวตรงกลางที่ไม่คิดว่าจะไม่มีอะไร ก็อาจจะเจอโจมตีจากฝนตรง ๆ แบบไม่คาดคิดแบบที่ผมว่ามาจากน้ำฝนและช่วงเวลาเดือนไทยปีนี้ที่ยังมีเวลายืดเยื้อยาวนานครับ แต่ไม่ใช่ว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปีที่แล้วขนาดนั้น แต่ก็พอได้มีน้ำท่วมล่ะครับแบบท้วม ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับประสิทธิภาพการสูบน้ำ และระบายน้ำของเทศบาลแต่ละที่แล้วล่ะครับ นอกจากนี้หากไม่ประสานกันให้ดีระหว่างพื้นที่ความขัดแย้ง ทะเลาะกันเป็นพื้นที่ ๆ ก็จะทำให้ยุ่งกันใหญ่ ผู้บริหารต้องเตรียมการวางแผนส่งน้ำต่อกันให้ดี ในที่ราบภาคกลางตั้งแต่อยุธยาลงมากรุงเทพฯ ครับ ฟลัดเวย์เดิม ที่คลองหก เจ็ด แปด ลงคลองสามวา ลาดกระบัง สูบออกที่สมุทรปราการ คงต้องเตรียมเผื่อได้ทำงานหนักครับ ไง ๆ ก็อย่าให้ใครเขามากั้นไม่ให้ลงทางหนองเสืออีกก็แล้วกัน เดี๋ยวเรื่องที่ไม่ควรร้ายแรงมาก ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ (แก้ที่ผมพิมพ์ ทิศทางผิด ขออภัยครับ)"