ศูนย์เตือนภัยฯ เตือนคนกรุง บ่ายถึงค่ำนี้ฝนถล่มอีก







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน วันนี้บ่ายถึงค่ำระวังฝนตกหนัก - น้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ ด้านผู้ว่าฯ กทม. รับ อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ระบายน้ำได้จริง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เผย เดือนกันยายน ฝนตกเมืองกรุงสูงสุดในรอบ 50 ปี





           เมื่อวันที่ 25 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 8 เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" โดยระบุว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะ 1 - 2 วันนี้

           สำหรับสถานการณ์ฝนในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 25 - 29 กันยายน จะมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 90% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 กันยายน นี้

          ด้านนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตั้งแต่เวลาบ่ายถึงค่ำ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ








           ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการวัดปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เฉพาะช่วงเดือนกันยายนนี้ พบว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมานั้นสูงสุดในรอบ 50 ปีของกรุงเทพมหานคร ทำให้ต้องเวลาในการระบายน้ำ ซึ่งก็ไม่ได้ใช้เวลาข้ามคืน ส่วนเรื่องการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำ ว่า จากที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนตกหนัก กทม. จะร่วมกับกรมชลประทานทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณบางปะกงและอ่าวไทยเพิ่มเติมเป็น 2 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเสี่ยง และเตรียมความพร้อมโดยให้นำสถิติในอดีตและปัจจุบันในอดีตมาเปรียบเทียบ เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์น้ำ

           พร้อมกันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยืนยันว่า อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 มีประสิทธิภาพสามารถทำงานได้จริง 100% แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครได้ทั้งหมด โดยวันนี้ได้มีการเปิดเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 4 เครื่อง แต่ละเครื่องสามารถสูบน้ำได้ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสามารถรองรับการระบายน้ำได้เพียง 50 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร เช่น ลาดพร้าว ห้วยขวาง มีนบุรี จากพื้นที่ของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ประมาณ 1,600 ตารางกิโลเมตร จากนี้ จะมีการเร่งสร้างอุโมงค์อีก 3 จุด คือ รัชดาภิเษก - สุทธิสาร, ดอนเมือง และ สวนหลวง ร.9

         
ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ฝนที่กระหน่ำในกรุงเทพมหานครเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 กันยายนนั้น มีปริมาณเกือบ 100 มิลลิเมตร โดยพื้นที่ที่มีฝนตกมากที่สุดคือ บริเวณถนนพระราม 9 คือมีปริมาณน้ำฝน 93 มิลลิเมตร รองลงมาคือแถวถนนวิภาวิดีรังสิต และดินแดง

           
ขณะที่ทางด้าน นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนหลายสายใน กทม. เกิดน้ำท่วมขังนั้น เป็นเพราะการระบายน้ำจากท่อระบายน้ำลงสู่คลองทำได้ไม่ทัน ซึ่งทาง กทม. ได้แก้ปัญหาโดยการนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำจากถนนลงคลอง เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี แต่ในระยะยาวจำเป็นต้องตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบท่อระบายน้ำใหม่ เนื่องจากบางจุดมีสิ่งอุดตัน บางจุดแผ่นดินทรุดทำให้ท่อระบายน้ำทรุดลงไปด้วย น้ำจึงไม่ไหลลงคลอง